![]()

เหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 เมื่อปี 2544 ที่ทำความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ต่อสหรัฐฯ และขณะเดียวกันก็เปลี่ยนนโยบายของสหรัฐฯ ไปไล่ล่าผู้ก่อการร้ายแบบไม่มีที่สิ้นสุด และทำให้การทำสงครามการก่อการร้ายสหรัฐฯ มีหลากหลายรูปแบบ เพื่อเอาชนะผู้ก่อการร้าย ซึ่งต่อมากอีก 10 ปี หรือในปี 2554 สหรัฐฯ ได้สังหารนายโอซามะ บินลาเดน ที่ปากีสถาน โดยเชื่อว่านายโอซามะ บินลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะฮ์ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11
แม้เหตุการณ์ 9/11 ผ่านมาแล้ว 25 ปี เมื่อ 11 กันยายน 2569 สหรัฐฯ ก็ยังเสี่ยงกับการถูกก่อการร้าย โดยสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ของสหรัฐฯ ได้ประเมินสถานการณ์การก่อการร้ายในสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ ยังเผชิญกับภัยจากแนวคิดสุดโต่งหัวรุนแรงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโซเชียลมีเดีย และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ขณะที่กลุ่มก่อการร้ายต่างชาติ เช่น กลุ่มอัลกออิดะฮ์ และกลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่ม Islamic State of Iraq and Syria (ISIS) ก็มีการปรับตัว และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เป็น”lone offenders” ในสหรัฐฯ ที่พร้อมจะก่อการร้าย
มาตุภูมิสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการก่อการร้าย หรือการก่อความรุนแรงที่เกิดจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล หรือกลุ่มที่มีเป้าหมายให้สังคมอเมริกันไร้เสถียรภาพด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ FBI ยังให้ความสำคัญอันดับต้น ต่อโดรน เนื่องจากอาจเป็ฯเครื่องมือของผ็ก่อการร้ายใช้โมตีดินแดนสหรัฐฯ รวมทั้งการใช้ AI เพื่อโฆษณาชวนเชื่อ รวมทั้งเพื่อใช้สำรวจ และจำลองความเป็นไปได้ในการใช้ระเบิด และอาวุธชีวภาพ เพื่อการก่อการร้ายในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ในห้วงปี 2568- มิ.ย.2569 FBI สามารถจับกุมผู้วางแผน และสนับสนุนการวงแผนได้อย่างน้อย 16 ราย ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มอัลกออิดะฮ์ และกลุ่ม ISIS เพื่อจะสังหารชาวอเมริกันในมาตุภูมิสหรัฐฯ ซึ่งรายงานภัยคุกคามทั่วโลกที่ประชาคมข่าวกรองของสหรัฐฯ จัดทำ และเผยแพร่เมื่อต้นปี 2569 ระบุว่า กลุ่มก่อการร้ายทั้งสองกลุ่มดังกล่าวใช้ออนไลน์ เพื่อเข้าถึง และโน้มน้าวชาวอเมริกัน และประชาชนทั่วโลก ขณะที่สมาชิกในต่างประเทศของ กลุ่มอัลกออิดะฮ์ มีสูงถึง 2,800 คน และกลุ่ม ISIS มี 1,800 คน







