![]()

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบไปประจำการในภูมิภาคเพิ่มเติม พร้อมกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศข้อความข่มขู่รัฐบาลอิหร่านให้ยุติการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะราน และยินยอมเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ด้านนาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านตอบโต้กับคำขู่ของสหรัฐฯ เมื่อ 28 มกราคม 2569 โดยระบุว่ากองทัพอิหร่านพร้อมรับมือกับการโจมตีทุกรูปแบบของสหรัฐฯ ทั้งทางบก ทางทะเล และอากาศ เนื่องจากที่ผ่านมา อิหร่านมีประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้กองทัพอิหร่านแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้น สหรัฐฯ หรือประเทศใดก็ตามที่โจมตีอิหร่านจะต้องเผชิญกับการตอบโต้และผลที่ตามมาอย่างรุนแรง
อิหร่านแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ แต่ก็มีการเตรียมความพร้อม โดยมีรายงานในห้วงเดียวกันว่า รัฐบาลอิหร่านมอบอำนาจพิเศษให้รัฐบาลท้องถิ่นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์โจมตีหรือความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นในอิหร่านหลายพื้นที่เริ่มสั่งการนำเข้าสินค้าอุปโภค อาหาร น้ำสะอาด และพลังงาน โดยไม่ต้องทำตามระเบียบการนำเข้าอย่างเคร่งครัด เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม สื่อในอิหร่านรายงานว่ารัฐบาลท้องถิ่นดำเนินการอย่างยากลำบาก เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลอิหร่านตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกรรมเพื่อเตรียมการสำหรับเหตุฉุกเฉินในประเทศ
บรรยากาศความมั่นคงในอิหร่านมีแนวโน้มจะตึงเครียดต่อไปจนถึงห้วง กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าทยอยส่งเรือรบและเครื่องบินรบเข้าไปประจำการในภูมิภาค ล่าสุดส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln ไปประจำการในทะเลอาระเบีย และประกาศว่าจะปฏิบัติการซ้อมรบทางอากาศกับพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงยืนยันคำขู่ที่จะโจมตีอิหร่านด้วยเครื่องมือทางทหาร หากยังมีรายงานการปราบปรามผู้ประท้วงด้วยมาตรการรุนแรง นอกจากนี้ ทั่วโลกกำลังประเมินความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะดำเนินการจัดการความมั่นคงในอิหร่านแบบเดียวกันกับวิธีการที่ใช้ในเวเนซุเอลา พิจารณาจากรูปแบบความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ที่เพิ่มกองกำลังและเครื่องมือทางทหารในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจะใช้ปฏิบัติการพิเศษในประเทศเป้าหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์
ปัจจุบัน มีทหารสหรัฐฯ ประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางประมาณ 40,000 นาย กระจายอยู่ในฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศพันธมิตร เช่น บาห์เรน อียิปต์ อิสราเอล อิรัก จอร์แดน คูเวต และซาอุดีอาระเบีย และก่อนหน้านี้เมื่อปี 2568 สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีโรงงานพัฒนานิวเคลียร์ในอิหร่าน สะท้อนว่าสหรัฐฯ มีขีดความสามารถด้านการทหารมากเพียงพอที่จะโจมตีอิหร่าน แต่อาจยังไม่สามารถควบคุมเหตุความรุนแรงหรือปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และพันธมิตรได้ทั้งภูมิภาค หากอิหร่านโจมตีเพื่อแก้แค้นหรือเอาคีนสหรัฐฯ ภายหลัง







