![]()

คำถามนี้เป็นคำถามที่ต้องรีบหาคำตอบให้ได้เร็วที่สุด แม้ IMF และธนาคารโลกประเมินว่าในปี 2569 เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นสูง แม้เผชิญความไม่แน่นอน จากความตึงเครียดทางการค้า ความไม่แน่นอนของนโยบาย และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก แต่มีความเป็นไปได้ที่การลงทุนจริงในภาคดังกล่าวจะปรับลดลง และอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนมากขึ้น หากเทคโนโลยี AI สร้างรายได้หรือกำไรได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์
เศรษฐกิจไทย IMF และธนาคารโลกคาดการณ์สอดคล้องกันว่า GDP ในปี 2569 จะขยายตัวไม่เกินร้อยละ 2 (IMF ประเมินที่ร้อยละ ๑.๖ ธนาคารโลกประเมิน ร้อยละ ๑.๘) ปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยที่สำคัญคือ โครงสร้างการส่งออกที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งจะได้รับผลกระทบหนัก หากถูกสหรัฐฯ กดดัน แต่ไทย มีจุดแข็งในการดำเนินนโยบายที่เป็นกลางกับทุกฝ่าย ระบบโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในระดับที่ดี และการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาค
อย่างไรก็ดี ไทยเป็นต้องเร่งพัฒนาแรงงานทักษะสูงเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มเฉพาะอย่างยิ่งเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เนื่องจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการขาดดุลการคลัง และมีงบประมาณเพียงพอรับมือกับวิกฤตในอนาคต
IMF และธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจโลกในปี 2569….และความเสี่ยง
IMF ประเมินว่าในปี 2569 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว ร้อยละ 3.3 ส่วนธนาคารโลกประเมินต่ำกว่าที่ร้อยละ ๒.๖ เนื่องจากการกระจุกตัวในภาคเทคโนโลยีของประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้การสร้างงานและการลดความยากจนยังเป็นความท้าทายของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งยังมีรายได้ต่อหัวต่ำกว่าก่อนช่วงการระบาดของโควิด-19 ขณะที่องค์กรด้านสถาบันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทั้ง 2 แห่ง ประเมินใกล้เคียงกันว่า เทคโนโลยี AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจเป็นแรงสำคัญในการยกระดับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะกลางและระยะยาว
แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกับการขยายตัวของการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI และความตึงเครียดระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI มีลักษณะเร่งตัวอย่างผิดปกติ เมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ และประสิทธิภาพในการผลิตจริง โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บางแห่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าภายในระยะเวลาไม่ถึงสองปี ขณะที่สัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ AI ยังมีจำกัด ส่งผลให้เกิดภาวะมูลค่าการลงทุนและราคาหุ้นในเทคโนโลยี AI สูงเกินจริงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากเทคโนโลยี AI ไม่สามารถเพิ่มรายได้หรือกำไรในระดับก้าวกระโดด อาจนำไปสู่การปรับฐานของราคาหุ้นของบริษัทด้านเทคโนโลยี AI อย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
World Bank ประเมินด้วยว่า ความตึงเครียดระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ กับจีน จะเร่งกระบวนการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้า เห็นได้จากสหรัฐฯ ปรับทิศทางการค้าออกจากจีนอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนการค้าสินค้าอุตสาหกรรมกับจีนลดลงร้อยละ ๖ ระหว่างปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๗ ขณะที่จีนยังคงขยายการค้ากับประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอาเซียน ลาตินอเมริกา และรัสเซีย แต่การค้ากับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และประเทศในยุโรปลดลงร้อยละ ๑๐
นอกจากนี้ กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มลงทุนระหว่างกันมากขึ้น และลดการลงทุนในจีนลง การปรับทิศทางการค้าและการลงทุนดังกล่าวจะเป็นโอกาสต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น เนื่องจากไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับสหรัฐฯและจีน ตัวอย่างชัดเจนคือ เวียดนามที่สามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment-FDI) ได้เฉลี่ยร้อยละ 4-5 ของ GDP ต่อเนื่องหลายปี เช่นเดียวกับมาเลเซียที่การลงทุนภาคเอกชนได้รับแรงหนุนสำคัญจากเงินทุนต่างชาติ แนวโน้มดังกล่าวทำให้อาเซียนมีศักยภาพกเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการลงทุนใหม่ของโลก







