![]()

การปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สหรัฐฯ ยืนยันจะเดินหน้าต่อไปในอิหร่านตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 2 มีนาคม 2569 ทำให้เกิดการวิเคราะห์กันต่อไปว่า……แล้วเกาหลีเหนือประเทศที่สหรัฐฯ กล่าวหา โดยตลอดว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และมีการทดสอบการยิงขีปนาวุธท้าทายสหรัฐฯ บ่อยครั้ง จะเป็นประเทศต่อไปหรือไม่ที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับบุกลักพาตัวผู้นำเวเนซุเอลาด้วยข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ และโจมตีทางทหารอิหร่านอย่างรุนแรงร่วมกับอิสราเอล เพื่อลดทอนศักยภาพในการพัฒนานิวเคลียร์ และปลดปล่อยให้ประชาชนมีเสรีภาพตามที่สหรัฐฯ กล่าวอ้าง
กลับมาดูท่าทีเกาหลีเหนือที่มีความใกล้ชิดกับอิหร่าน เกาหลีเหนือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ออกถ้อยแถลงประณามการกระทำของสหรัฐฯ และอิสราเอลครั้งนี้ อย่างรุนแรง จากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งละเมิดกฎระเบียบระหว่างประเทศ เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตนเอง รวมทั้งมุ่งความเป็นใหญ่เพียงฝ่ายเดียว และเป็นธรรมชาตินิสัยอันธพาลของสหรัฐฯ พร้อมกับสะท้อนว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะขยายตัววงกว้างออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง
สำหรับโอกาสที่เกาหลีเหนือจะเผชิญกับเหตุการณ์เดียวกับเวเนซุเอลา และอิหร่าน อาจต้องพิจารณาสถานการณ์ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์โจมตีอิหร่าน ประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้ประชาคมโลกจับตามองมาที่เอเชีย-แปซิฟิกถึงทิศทางความสัมพันธ์กับจีน ที่ทำสงครามเศรษฐกิจกันอย่างเข้มข้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางเยือนจีนใน 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ซึ่งในห้วงนั้น อาจมีการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งนายคิม จองอึนได้พูดเปิดทางไป เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในโอกาสแถลงปิดการประชุมสมัชชาพรรคแรงงานครั้งที่ 9 เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า เกาหลีเหนือพร้อมเจรจาสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ ยุตินโยบายเป็นศัตรูและยอมรับสถานะนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่ปฏิเสธการเจรจาทุกรูปแบบกับเกาหลีใต้
เทคนิค หรือท่าทีของเกาหลีเหนือที่ในการซื้อเวลาเพื่อพัฒนานิวเคลียร์ ด้วยการเจรจา และพบกับประธานาธิบดีทรัมป์ อาจเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์ในรัฐบาลทรัมป์ 2.0 น่าจะยังไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อเกาหลีเหนือที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นรับอันธพาลมาโดยตลอด ซึ่งเมื่อรัฐบาลทรัมป์ 1.0 ในสมัยแรกที่ดำรงตำแหน่ง ก็ได้พบกับนายคิม จองอึน ถึง 2 ครั้ง เมื่อปี 2561 และกรกฎาคม 2562 นอกจากนี้ ความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนืออาจไม่ได้เลวร้ายลง หากผู้นำทั้งสองประเทศได้พบกันอีก ซึ่งมีรายงานว่าการเดินทางเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่ได้ยกเลิก แม้สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ จะพบหารือกับนายเหอ ลี่จีน รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ระหว่าง 13-15 มีนาคม 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์
เกาหลีเหนือน่าจะประเมินอย่างรอบคอบแล้วว่า จะต้องดำเนินนโยบายอย่างไร เพื่อไม่ให้สหรัฐฯ ไม่พอใจถึงระดับที่จะถูกโจมตีอย่างเช่นอิหร่าน ซึ่งมีหลายทางเลือกที่ผู้นำเกาหลีเหนือจะเลือก เช่น กรณีอิหร่านถูกโจมตีอาจกดดันให้เกาหลีเหนือเร่งพัฒนานิวเคลียร์ เพื่อเอาไว้เพื่อปกป้องตนเอง และตอบโต้สหรัฐฯ หรือเป็นไพ่ในมือเพื่อการต่อรองกับสหรัฐฯ หรือจะเลือกพัฒนานิวเคลียร์ควบคู่ไปกับใช้วาทกรรมว่าจะเจรจา และพร้อมจะพบกับผู้นำสหรัฐฯ เพื่อซื้อเวลาเรื่อย ๆ ไป
ขณะที่สหรัฐฯ ก็ต้องประเมินศักยภาพทางการทหารของเกาหลีใต้เช่นกัน หากจะร่วมมือกันโจมตีเกาหลีเหนือ เหมือนเช่นอิสราเอลร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่านเมื่อปลายกุมภาพันธ์ 2569 หรือสหรัฐฯ จะดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวด้วยการบุกลักพาตัวผู้นำตัวผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ แต่ก็ไม่ง่ายนัก เพราะจีนที่หนุนหลังเกาหลีเหนือ ไม่น่าจะยอมให้สหรัฐฯ เข้าไปในดำเนินการเช่นนั้นในภูมิภาคที่เป็นเขตอิทธิพลของตนเองได้ง่าย และสหรัฐฯ ต้องตกผลึกให้ได้ว่าข้ออ้างเรื่องนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯ จะจัดการกับเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน เพราะท้ายที่สุดแล้วชาวอเมริกันจะเป็นผู้ตัดสินว่าพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีทรัมป์จะยังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่







