![]()

เวียดนามและจีนขยายสาขาความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยใน 15-16 มีนาคม 2569 ผู้แทนระดับรัฐมนตรีของจีนและเวียดนามจะจัดการประชุม 3+3 Strategic Dialogue หรือการประชุมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการทูต การทหาร และความมั่นคงสาธารณะ ที่กรุงฮานอย เวียดนาม ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกที่จีนและเวียดนามจะแลกเปลี่ยนด้านความมั่นคงสาธารณะระหว่างกัน สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีระบบการปกครองแบบเดียวกัน และต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จไปแล้วจากการหารือ 3+3 ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีนและเวียดนามเมื่อ ธันวาคม 2568
เวียดนามและจีนคาดหวังให้การประชุม 3+3 ครั้งนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสร้างสังคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยในปี 2569 จีนส่งสัญญาณให้เวียดนามเห็นว่าให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางเยือนเวียดนามเป็นประเทศแรกในปี 2569 และสนับสนุนการยกระดับการประชุมความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์จาก 2+2 ให้เป็น 3+3 คือ เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะ ที่จีนเชื่อว่าจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการขยายความไว้วางใจระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ
การประชุม 3+3 จะเป็นผลดีต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับจีน และความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของจีนค่อนข้างน่าสนใจ เพราะสาเหตุที่จีนต้องการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงสาธารณะ หรือ public security นั้นย่อมมีเป้าหมายปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ และความร่วมมือนี้อาจเปิดโอกาสให้จีนส่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไปปฏิบัติการร่วมในประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนกรณีการลาดตระเวนร่วมในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศเพื่อนบ้านของจีน
ปัจจุบัน จีนและประเทศเพื่อนบ้านเผชิญความท้าทายและภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติที่เข้าไปสร้างเครือข่ายและปฏิบัติการบั่นทอนความมั่นคงของจีนและประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ดังนั้น จีนต้องการขยายความร่วมมือเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามดังกล่าว ควบคู่กับใช้กรอบความร่วมมือนี้ส่งเสริมภาพลักษณ์ของจีนที่จะดำเนินนโยบายตามหลักการผลประโยชน์ร่วมอย่างเท่าเทียมและการมีอนาคตร่วมกัน
จีนมีแนวโน้มจะใช้ความร่วมมือ 3+3 กับเวียดนามเป็นแนวทางขยายความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมทั้งไทย และอาเซียนด้วย โดยใช้ประเด็นความท้าทายหรือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โน้มน้าวให้ประเทศต่าง ๆ ยอมรับขยายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย การแลกเปลี่ยนข้อมูลและข่าวกรองกับจีน นอกเหนือจากด้านการทูต และการทหาร ซึ่งประเทศกลุ่มที่เป็นเป้าหมายหลักของจีน ได้แก่ ประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่มีรับการลงทุนจากจีน







