![]()

ประชาคมข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ เมื่อ 18 มีนาคม 2569 เผยแพร่รายงานประเมินภัยคุกคามประจำปี 2569 (2026 Annual Threat Assessment) เพื่อเสนอให้รัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯ รวมทั้งชาวอเมริกัน ตระหนักภัยคุกคามต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งในมาตุภูมิ และในต่างประเทศ เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติเห็นว่าควรจัดสรรงบประมาณเพื่อให้หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ดำเนินการจัดการและควบคุมภัยคุกคามดังกล่าว
รายงานดังกล่าวประชาคมข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ จัดทำและเผยแพร่รายงานเป็นประจำทุกปี ตามกฎหมายหรือรัฐบัญญัติ Intelligence Authorization Act โดยประชาคมข่าวกรองมีหน้าที่รวบรวมและประเมินภัยคุกคามให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ซึ่งในรายงานปี 2569 จะให้ความสำคัญกับความมั่นคงในมาตุภูมิสหรัฐฯ ก่อนเป็นอันดับแรก ตามนโยบาย American First ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
สาระสำคัญของรายงานดังกล่าว มีอย่างน้อย 3 ประเด็น …..
ประเด็นแรก หน่วยข่าวกรองประเมินว่ามาตุภูมิสหรัฐฯ เผชิญภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบในปัจจุบันและในอนาคต ที่สำคัญ คือ อาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบค้ายาเสพติด ผู้อพยพ การก่อการร้ายและอุดมการณ์อิสลามที่นิยมความรุนแรง ผลกระทบจากการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ และการแพร่กระจายของอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) โดยประเทศที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ระบุว่ามีพฤติกรรมเป็นภัยคุกคามและอันตรายต่อความมั่นคงในมาตุภูมิสหรัฐฯ ได้แก่ จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ อิหร่าน และปากีสถาน ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและขยายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ (UAV) เพื่อโจมตีสหรัฐฯ โดยตรง
มีข้อสังเกตว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับภัยคุกคามจากปัญหาผู้อพยพมากขึ้น และอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ว่าจะมีผลต่อการก่อการร้ายในสหรัฐฯ และทั่วโลกอย่างไรในระยะยาว นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้ความสำคัญมากขึ้นกับความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก โดยมีความเคลื่อนไหวด้านการทหารของรัสเซีย และนโยบาย Polar Silk Road ของจีนเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ
ประเด็นที่สอง หน่วยข่าวกรองมีมุมมองว่าสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายจากการพัฒนาเทคโนโลยี ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และควอนตัมคอมพิวติ้ง ส่วนประเด็นที่สาม หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินความมั่นคงโลกมีลักษณะผันผวน (volatile) และซับซ้อน (complex) โดยการปะทะด้วยอาวุธและการทหารกลายเป็นเครื่องมืออันดับแรก ๆ ที่ประเทศต่าง ๆ ใช้เพื่อป้องกันภัยคุกคาม การแข่งขันในอวกาศและโลกไซเบอร์ยังคงมีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศมหาอำนาจ และการแพร่กระจายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายบ้างสูง (WMD) ทำให้โลกเสี่ยงอันตรายมากขึ้น รวมทั้งมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ สงครามชีวเทคโนโลยี และสงครามที่ใช้อาวุธเคมี
รายงานประเมินภัยคุกคามของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่มีการพาดพิงไทยหรืออาเซียน แต่มีประเด็นที่มุ่งกล่าวหาจีนว่าจะขยายบทบาทและอำนาจมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งจะร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับรัสเซียเพิ่มขึ้น ตลอดจนจะแสดงศักยภาพด้านการทหารในช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนใต้ และยกระดับความขัดแย้งกับญี่ปุ่น ส่วนเกาหลีเหนือ สหรัฐฯ มีมุมมองว่าจะขยายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเกาหลีเหนือร่วมมือกับรัสเซีย และมีแนวโน้มจะปฏิบัติการทางไซเบอร์เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ
รัฐบาลจีนไม่พอใจเนื้อหาในรายงานของประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ไต้หวันเป็นกิจการภายในของจีน ที่ประเทศอื่น ๆ ไม่ควรแทรกแซง







