![]()

รัสเซียต้องการรักษาระดับราคาน้ำมันในประเทศให้มีเสถียรภาพ รวมทั้งพอใช้ และไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค จึงจะประกาศให้ตั้งแต่ 1 เมษายน-31 กรกฎาคม 2569 ว่า รัสเซียจะไม่ส่งออกน้ำมันเบนซิน และดีเซล ซึ่งเป็นเวลารวม 4 เดือน โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์2569 ส่งผลต่อปริมาณน้ำมันดิบที่หมุนเวียนในตลาดโลก นอกจากนี้ เมื่อ มีนาคม 2569 รัสเซียยังถูกโดรนยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงกลั่นและการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย
สัญญาณการระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซีย เพื่อเตรียมไว้ใช้บริโภคในประเทศ ทำให้มีการประเมินกันว่าปริมาณน้ำมันในตลาดพลังงานโลก เฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจไม่มากพอตามความต้องการของประเทศต่าง ๆ และราคาจะยังอยู่ในระดับสูง แม้ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจผ่อนคลายลง หากความพยายามบรรลุผล ตามที่นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 27 มีนาคม 2569 ว่า การปฏิบัติการทหารอาจยุติในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ไม่ได้เป็นเดือน รวมทั้งอิหร่านก็ยอมให้เรือที่ไม่ใช่ศัตรูของอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศที่คาดว่าจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้มีการหารือกัน โดยมีปากีสถานเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ เมื่อ 29-30 มีนาคม 2569
การระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซียจะส่งผลกระทบหลายประเทศ เช่น จีน ตุรกี บราซิล ประเทศในแอฟริกา และสิงคโปร์ ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 รัสเซียส่งออกน้ำมันเบนซิน ประมาณ117,000 บาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ดี รัสเซียยังส่งออกน้ำมันดิบเป็นปกติ รวมทั้งยังมีแนวโน้มจะส่งออกไปยังอินเดียมากขึ้น เนื่องจากรัสเซียและอินเดียใกล้บรรลุข้อตกลงในการซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว และน้ำมันดิบมากขึ้น จากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ มีการเจรจากันเมื่อกลาง มีนาคม 2569







