![]()

ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียด แม้ปากีสถานจะประกาศเมื่อ 29 มีนาคม 2569 พร้อมเป็นประเทศตัวกลางเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะยึดคลังน้ำมันของอิหร่านในเกาะ Kharg ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน ประกอบกับอิหร่านยกระดับคำขู่ว่าจะโจมตีสถาบันศึกษาและอาคารที่พักอาศัยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีชาวอเมริกันและชาวอิสราเอลอาศัยอยู่ สะท้อนว่าประเทศคู่ขัดแย้งยังไม่ไว้วางใจระหว่างกัน และยังคงเลือกปฏิบัติการทางทหารเป็นเครื่องมือตอบโต้กันเป็นอันดับแรก
สหรัฐฯ มีขีดความสามารถทางทหารมากพอที่จะยึดเกาะ Kharg เพื่อตัดกำลังและช่องทางการเงินของรัฐบาล รวมทั้งกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ แต่สหรัฐฯ อาจไม่สามารถควบคุมผลกระทบหรือความท้าทายด้านความมั่นคงที่จะตามมาได้ เนื่องจากอิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงด้วยการใช้ทุกวิธีการ รวมทั้งการก่อการร้าย และโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ รวมทั้งอิสราเอล นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมีมุมมองว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการสร้างแรงกดดันสูงสุดต่ออิหร่าน เพื่อให้ยินยอมเข้าสู่การเจรจา ตามเป้าหมายของสหรัฐฯ เพราะก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าอิหร่านยอมเจรจาแล้ว แต่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธ ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ สูญเสียความน่าเชื่อถือและถูกวิจารณ์ว่าเผยแพร่ข่าวปลอม จึงประกาศคำขู่จะยึดครองเกาะ Kharg ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ส่งทหารประมาณ 3,500 นายไปประจำการเพิ่มเติมในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ขณะที่สหรัฐฯ กับอิหร่านตอบโต้กันด้วยเครื่องมือทางทหารและคำขู่ มีรายงานว่าเมื่อ 28-29 มีนาคม 2569 ชาวอเมริกันที่ไม่พอใจนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์รวมตัวกันประท้วงคัดค้านการทำสงครามในตะวันออกกลาง รวมทั้งนโยบายอื่น ๆ เช่น การต่อต้านผู้อพยพและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ โดยชาวอเมริกันรวมตัวกันประท้วงภายใต้แคมเปญ “NO KINGS” ในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ และมีรายงานการชุมนุมในต่างประเทศด้วย เช่น สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส เป้าหมายเพื่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลาออกจากตำแหน่งและถูกดำเนินคดี แต่คาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สนใจแรงกดดันจากการประท้วงดังกล่าว
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 115 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและพลังงานจากภูมิภาคตะวันออกกลางพยายามใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อควบคุมการใช้พลังงานให้เพียงพอ ควบคู่กับบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน มีรายงานว่าปัจจุบันรัฐบาลออสเตรเลียประกาศลดอัตราภาษีน้ำมันเพื่อช่วยเหลือประชาชน และให้บริการขนส่งสาธารณะโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในบางพื้นที่







