![]()

ก่อนจะถึงเวลาที่จะสิ้นสุดหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ใน 22 เมษายน 2569 สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซผันผวนอย่างมาก ซึ่งมีทั้งผ่อนคลาย และกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นอกจากนี้ มีแนวโน้มว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบที่ 2 ที่ปากีสถานเป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดสันติภาพ เริ่มไม่ราบรื่น เนื่องจากทั้งสองฝ่ายส่งข้อความไปยังประชาโคมโลกไม่เป็นในทิศทางเดียวกัน ขณะที่สหรัฐฯ ก็เพิ่มแรงกดดอันอิหร่านด้านเศรษฐกิจมากขึ้น
หลังจากประชาคมระหว่างประเทศได้รับสัญญาณเชิงบวก และราคาน้ำมันในตลาดโลกผ่อนคลายลงบ้าง จากการที่ เมื่อ 16 เมษายน2569 อิสราเอล-เลบานอนสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวหยุดยิงระหว่างกัน เป็นเวลา 10 วัน (17-27 เมษายน 2569) รวมทั้งจะมีการเจรจาสันติภาพต่อไป ซึ่งทั้งสองฝ่ายคาดว่าข้อตกลงหยุดยิงถาวรอาจเกิดขึ้นได้ จากการที่จะมีการพบกันอีกครั้งที่สหรัฐฯ ในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า แต่ข้อจำกัดยังมีอยู่ เช่น กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ต้องปลดอาวุธของในเลบานอน และอิสราเอลต้องถอนกำลังทั้งหมดออกจากเลบานอน
ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวอิสราเอล-เลบานอน ยังส่งผลให้สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เป็นในเชิงบวกในเบื้องต้น และต่อมาก็กลับมาตึงเครียดเช่นเดิม โดยเมื่อ 17 เมษายน 2569 อิหร่านตอบสนอง ด้วยการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ทุกลำ (ยกเว้นเรือที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล) สัญจรผ่านได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) และอยู่ในเส้นทางที่อิหร่านกำหนด แต่อิหร่านปรับท่าทีกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกรอบภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง จากการที่สหรัฐฯ ยังควบคุมช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ 13 เมษายน 2569
สหรัฐฯ ยังเชื่อว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่มีปากีสถานเป็นตัวกลางในเร็ว ๆ นี้ จะเกิดขึ้น และอิหร่านส่งส่งยูเรเนียมสมรรถนะสูง (Highly Enriched Uranium-HEU) ไปเก็บรักษาไว้ที่สหรัฐฯ แต่มีรายงานเมื่อ 18 เมษายน 2569 อิหร่านยังไม่พร้อมสำหรับการเจรจา พร้อมยืนยันว่าอิหร่านจะไม่ส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้กับสหรัฐฯ ขณะที่ New York Times ของสหรัฐฯ รายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังหารือเกี่ยวกับการจัดทำร่าง บันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อวางกรอบข้อตกลงสันติภาพอย่างยั่งยืน หากการเจรจากับอิหร่านเรื่องโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมมีความคืบหน้า สหรัฐฯ อาจพิจารณายกเลิกการอายัดทรัพย์สินอิหร่าน
ทั้งนี้ อิหร่านกำลังถูกสหรัฐฯ ใช้มาตรการทางทหารในการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ และมาตรการทางเศรษฐกิจด้วยการสกัดกั้นเส้นทางการเงินของอิหร่าน โดยมีรายงานเมื่อ 17 เมษายน 2569 ว่า กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ให้กองกำลังทั่วโลก สกัดกั้นเรือ ที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนอิหร่าน ในการขนส่งอาวุธ หรือยุทธภัณฑ์ รวมถึงวัสดุที่สามารถใช้ได้สองทาง โดยเฉพาะกลุ่มเรือที่อยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของสหรัฐฯ (Dark fleet) ก่อหน้านี้นี้ กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้ประกาศสกัดกั้นเครือข่ายทางการเงิน ด้วยการคว่ำบาตรบุคคล บริษัท และเรือ ที่เกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนการขนส่งให้อิหร่าน







