![]()

สภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลันและรุนแรง ควบคู่กับปรากฎการณ์เอลนีโญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 มีแนวโน้มจะเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกในระยะยาว ปัจจุบัน ปรากฏการณ์เอลนีโญเริ่มก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิก และจะเริ่มส่งผลต่อสภาพอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิโลกชัดเจนในห้วงปลาย มิถุนายน 2569 องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ World Meteorological Organization (WMO) คาดการณ์เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 จะทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทั้งภาวะแล้งจัด อุทกภัย ไฟป่า พายุรุนแรงและคลื่นความร้อน
ประเด็นที่ WMO และเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) วิตกกังวลอย่างมาก คือ ห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งสินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภคในภูมิภาคต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้ายนี้ด้วย ซ้ำเติมวิกฤตความมั่นคงทางพลังงานและอาหารในปัจจุบันที่เป็นผลจากการทำสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดังนั้น เลขาธิการสหประชาชาติจึงเตือนและเรียกร้องให้นานาชาติให้ความสำคัญกับปัญหาสภาพอากาศโลกแปรปรวนรุนแรง และความร่วมมือเพื่อเตรียมพร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และอาหาร โดยเปรียบเทียบปรากฏการณ์เอลนีโยเป็นเหมือน “น้ำมัน” ที่ราดบนกองไฟวิกฤตและความเดือดร้อนต่าง ๆ ในปัจจุบัน
ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะอุณหภูมิบนพื้นดิน ซึ่งจะกระทบการทำเกษตรกรรมของหลายประเทศ รวมทั้งไทย แต่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลด้วย โดยจะลดความอุดมสมบูรณ์ทางทะเล จึงอาจทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากร
ไทยตระหนักถึงความท้าทายจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ และได้เตรียมรับมือด้วยการศึกษาข้อมูล ประเมินความเสี่ยงแบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ ทรัพยากรน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การป้องกันไฟป่าและปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว และการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ รวมทั้งมอบหมายหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศ และเตรียมมาตรการเร่งด่วน 4 ด้าน เน้นสำรวจอุปกรณ์และเครื่องมือให้ความช่วยเหลือ ลดความสูญเสียและเสริมภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยพร้อมเผชิญกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เฉพาะอย่างยิ่งปริมาณน้ำฝนที่จะลดลงจากเดิม
มาตรการ 4 ด้าน ได้แก่ 1) การรับมือภัยแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วง ไม่ตรงตามฤดูกาลปกติ ซึ่งเสี่ยงสร้างความท้าทายในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม 2) การรับมือฝุ่นควันและไฟป่า ซึ่งจะเพิ่มปัญหามลภาวะและฝุ่นควัน 3) การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ 4) การพัฒนาศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ไทยมีฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับสภาพอากาศในประเทศ และการคาดการณ์ข้อมูลระยะยาว ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสื่อสารสาธารณะ ลดการเผยแพร่ข่าวปลอม
การที่ไทยให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนเรื่องวิกฤตสภาพอากาศผันผวน จะเสริมสร้างไทยให้มีความสามารถในการฟื้นตัวหลังเผชิญภัยพิบัติ และลดระดับความเสียหายจากปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งมีข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนมุมมองกับนานาชาติเพื่อหาแนวทางรับมือกับภัยคุกคามจากสภาพอากาศร่วมกัน เฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนานวัตกรรมการออกแบบผังเมืองและสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับสภาพอากาศแบบใหม่ การลงทุนและบูรณาการร่วมกันในทุกภาคส่วนของประเทศอย่างจริงจังและโปร่งใส และการพัฒนาระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อให้ไทยมีโครงสร้างทางสังคมและนวัตกรรมที่พร้อมรับมือกับสภาพอากาศผันผวนในอนาคต
มีข้อสังเกตว่า WMO สหประชาชาติ และสถาบันผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาทั่วโลก ทยอยเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ และความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนสุดขั้วเพื่อกระตุ้นประเทศต่าง ๆ ให้เตรียมความพร้อมและสำรวจผู้ที่จะได้รับความเดือดร้อนจากภัยคุกคามดังกล่าวล่วงหน้า รวมทั้งเตรียมแนวทางรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เพื่อหารือกับประเทศอื่น ๆ ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประจำปี 2569 ที่ตุรกี ในห้วง พฤษจิกายน 2569







