![]()

S&P Global องค์กรชั้นนำของโลกด้านข้อมูลทางการเงิน การวิเคราะห์ตลาด และการจัดอันดับเครดิต (Credit Ratings) เผยแพร่รายงาน เรื่อง The AI and labor landscape 2026 เมื่อ 2 มิถุนายน 2569 เกี่ยวกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และผลกระทบต่อตลาดแรงงานในปี 2569 โดยชี้ให้เห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่นำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน และเพิ่มผลิตภาพของพนักงาน โดยมีเพียง ร้อยละ 24 เท่านั้นที่ตั้งเป้าหมายหลักเพื่อลดจำนวนพนักงาน การปรับลดพนักงานจึงเป็นเพียงผลพลอยได้ มากกว่าจะเป็นจุดประสงค์หลักของการลงทุนด้าน AI
สายงานที่ได้รับผลกระทบ และได้โอกาสจากเทคโนโลยี AI เช่น มีการเลิกจ้าง และลดบทบาทในสายงานธุรการ บริการลูกค้า การผลิต และการแปลภาษา แต่ในขณะเดียวกันก็มีการสร้างงานใหม่เพื่อรองรับ AI เช่น งานด้านไอที ซอฟต์แวร์ และการจัดการข้อมูล ขณะที่ขนาดของธุรกิจ เช่น ธุรกิจ SMEs ยังคงคาดการณ์ผลของ AI ในเชิงบวก เนื่องจากใช้ AI เพื่อขยายขีดความสามารถให้ทีมงานรับงานได้มากขึ้น ในขณะที่องค์กรขนาดใหญ่ (พนักงาน 10,000 คนขึ้นไป) คาดการณ์ผลกระทบเชิงลบชัดเจน เนื่องจากองค์กรใหญ่มีโครงสร้างและกลยุทธ์ด้าน AI ที่ชัดเจนกว่า ทำให้สามารถวางแผนปรับลดคนและทดแทนด้วยเทคโนโลยีได้ดีกว่า
แม้จะมีการนำ AI ใช้ แพร่หลายมากขึ้น แต่การใช้งานส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพามนุษย์ การนำ AI มาใช้ โดยเฉพาะในงานสรุปเนื้อหา การแปลภาษา และการจัดการข้อมูล ทั้งนี้ มีโปรเจกต์ AI เพียงร้อยละ 22 เท่านั้น ที่ตั้งเป้าหมายให้ทำงานแบบอัตโนมัติที่ไม่ต้องมีการแทรกแซงจากมนุษย์ อย่างไรก็ดี องค์กรต่าง ๆ กำลังเพิ่มการลงทุนใน Agentic AI ซึ่งเป็นระบบที่สามารถวางแผนและทำงานหลายขั้นตอนได้ด้วยตนเอง ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการทดแทนแรงงานมนุษย์มากขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดที่มีการใช้ AI แทนที่มนุษย์ เช่น ความคุ้มค่าที่ยังต่ำ โดยมีเพียงร้อยละ 46 ของโครงการ AI ในปี 2568 ที่คาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 12 เดือน และมีเพียงร้อยละ 37 เท่านั้น ที่สามารถนำมาใช้งานจริงและสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ ขณะเดียวกันมีความกังวลกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงความแม่นยำของ AI ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อโมเดล AI จากภายนอก (Third-party) ยังลดลง โดยในปี 2569 มีผู้ที่เชื่อมั่น เพียงร้อยละ 16 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 24 เมื่อปี 2566 ขณะที่องค์กรต่าง ๆ เผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ การพัฒนา Machine Learning/AI และวิศวกรรมซอฟต์แวร์
สรุปได้ว่า ในระยะสั้น การเข้ามาของ AI จะนำไปสู่การจัดสรรงานใหม่ มากกว่าการปลดพนักงานออกจำนวนมาก แต่ในระยะยาว ผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเทคโนโลยี AI จะเริ่มลดความจำเป็นในการพึ่งพาแรงงานมนุษย์ ซึ่งสร้างแรงกดดันให้องค์กรปรับลดจำนวนพนักงานลง แม้ว่าการลดคนจะไม่ใช่เป้าหมายแรกเริ่มขององค์กรก็ตาม







