![]()

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) กำลังถูกใช้ในทุกภาคส่วนทั้งเอกชน รัฐบาล หรือระดับบุคคล สำหรับในภาครัฐ หลาย ๆ ประเทศมีการวางยุทธศาสตร์และดำเนินการตามแผนในการใช้ AI มาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อินโดนีเซีย และเวียดนามเป็นสองประเทศในอาเซียนที่รัฐบาลประกาศในช่วง มิถุนายน 2569 ว่า มีแผนจะใช้เทคโนโลยี AI อย่างแข็งขัน
กฎหมายเกี่ยวกับแผนจะใช้เทคโนโลยี AI ในการพัฒนาประเทศ ที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกำลังจะลงนาม เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งนอกจากมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศแล้ว อินโดนีเซียยังคาดว่าเทคโนโลยี AI จะช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ได้ 366,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 12 ภายในปี 2573 รวมทั้งได้กำหนดให้หน่วยงานกลางและท้องถิ่นนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในระหว่างปี 2569-2572
บริษัท Big Tech ในอินโดนีเซียได้ให้ความร่วมมือในการร่างแผนข้างต้นของรัฐบาลอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน เช่น Meta IBM และ Microsoft นอกจากนี้ ในแผนจะใช้เทคโนโลยี AI ของรัฐบาลอินโดนีเซียยังจะมีข้อเสนอต่าง ๆ เช่น การจัดตั้งกองทุน AI แห่งชาติ มีมาตรการจูงใจด้านภาษีให้กับนักวิจัยด้านเทคโนโลยี AI รวมทั้งให้ความสำคัญในการเพิ่มบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2567 บริษัทMicrosoft ประกาศจะขยายการลงทุนด้านการให้บริการระบบคลาวด์ และ AI ในอินโดนีเซียในห้วง 2-3 ปี
สำหรับเวียดนามก็ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี AI โดยตั้งเป้าหมายว่าจะช่วยให้ GDP ของประเทศ ขยายตัวอย่างน้อยร้อยละ 6 ในปี 2573 เวียดนามยังระบุไว้ในยุทธศาสตร์ AI ว่าภาครัฐของเวียดนามต้องมีการปฏิรูปให้มีความทันสมัยมากขึ้น มีการนำ AI ไปใช้ในแวดวงธุรกิจ รวมทั้งมีการใช้ภาษาเวียดนามในการประมวลผล และฝึกทักษะบุคลากรด้าน AI ให้มากขึ้น นอกจากนี้ เวียดนามยังมีเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีความพร้อมด้าน AI ใน 3 อันดับแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ 30 ประเทศแรกของระดับโลก
เวียดนามยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อกับการมียุทธศาสตร์ AI ในการพัฒนา เช่น เมื่อกลาง พฤษภาคม 2569 ได้เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัท Qualcomm ของสหรัฐฯ ในกรุงฮานอย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI รวมถึงเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ล้ำสมัย ขณะที่วิศวกรชาวเวียดนามพร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากวิศวกรของบริษัท Qualcomm รวมทั้งคาดหวังให้บริษัท Qualcomm ขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สถาบันทางวิชาการ และภาคเอกชนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาแรงงานทักษะสูงด้านเทคโนโลยี AI ให้กับชาวเวียดนาม







