![]()

การเปิดการเจรจากับอิหร่านของสหรัฐฯ สร้างความหวังว่าอาจนำไปสู่ข้อตกลงที่ทำให้เกิดสันติภาพอีกครั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากความขัดแย้งครั้งนี้ยืดเยื้อตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยฝ่ายที่เป็นออกแถลงเรื่องเปิดการเจรจา คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ เตรียมจัดการเจรจากับอิหร่าน ใน 3 สิงหาคม 2569 หลังจากเมื่อ 2 สิงหาคม 2569 ประกาศตัดสินใจยกเลิกการโจมตีอิหร่านที่มีการเตรียมพร้อมแล้วอย่างขนานใหญ่ ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ข้ออ้างที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประกาศยุติการโจมตีอิหร่านคือ การเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่กับอิหร่านมีความคืบหน้า รวมทั้งได้รับการร้องขอจากอิหร่านและพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาค อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ เรียกร้องสหรัฐฯ ให้ระงับการโจมตีอิหร่านจากที่มีรายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมพร้อมจะโจมตีฐานยิงขีปนาวุธ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
อย่างไรก็ดี อิหร่านไม่ได้หวั่นเกรงการขู่จะโจมตีสหรัฐฯ โดยนายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านหารือกับ พลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน และเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมาร/นายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ทางโทรศัพท์ ด้วยการย้ำว่า อิหร่านพร้อมที่จะตอบโต้การรุกรานของสหรัฐฯ อย่างเต็มกำลัง เช่น โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ เริ่มต้นการโจมตีต่ออิหร่าน
แม้ในชั้นนี้ สหรัฐฯ ประกาศยุติการโจมตีอิหร่านแล้ว และสหรัฐฯ อ้างว่าได้มีการบรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้นกับอิหร่านแล้ว แต่ข้อตกลงร่วมกันอาจไม่ง่าย และรวดเร็ว เนื่องจากประเด็นสำคัญที่จะใช้เป็นเงื่อนไขในการเจรจาคือ การเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และยุติภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นที่อิหร่านไม่เคยยอมกับสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังไม่มีการกำหนดเส้นตายสำหรับการเจรจาข้อตกลง รวมถึงไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่หรือผู้ที่จะเข้าร่วมประชุมร่วมกันที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่ามีขึ้น ใน 3 สิงหาคม 2569







