![]()

ประเด็นการกำหนดกฎระเบียบการพัฒนาและควบคุมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจทำให้ทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) แตกต่างกัน พิจารณาจากผลการประชุมกลุ่ม G20 ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ และการประชุมในกรอบความร่วมมือด้านนวัตกรรมของกลุ่ม G20 เมื่อ 1 กันยายน 2569 ซึ่งสหรัฐฯ เสนอให้สมาชิก G20 รวมทั้ง EU ลดระดับการกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการพัฒนา AI เนื่องจากจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากนี้ นาย Michael Kratsios ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังหารือร่วมกับผู้บริหารบริษัทพัฒนา AI และเสนอให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการสร้างโครงสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการพัฒนา AI มากขึ้น
สหรัฐฯ โน้มน้าวให้สมาชิก G20 ลงนามและยอมรับหลักการ Carolina Principles ที่จะส่งเสริมการพัฒนา AI มากกว่าสร้างอุปสรรคหรือข้อจำกัด โดยสาระสำคัญของ Carolina Principles ประกอบด้วย 1) รัฐบาลประเทศต่าง ๆ จะไม่ตั้งหน่วยงานเพื่อสร้างระเบียบควบคุม AI โดยเฉพาะ 2) จำกัดจำนวนกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับการใช้ AI โดยพิจารณาเพิ่มกฎหมายเท่าที่จำเป็น 3) สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา AI และ 4) สนับสนุนการใช้ AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในเชิงพาณิชย์
ท่าทีของสหรัฐฯ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ที่ต้องการผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี AI และเห็นพ้องที่จะปรับลดกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างเต็มที่
EU ซึ่งเป็นสมาชิกและส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมกลุ่ม G20 แสดงจุดยืนที่แตกต่างกับสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยก่อนหน้านี้ EU เริ่มใช้กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Act) เมื่อต้น สิงหาคม 2569 เน้นการพัฒนา AI ที่ตรวจสอบได้ และให้สิทธิ EU คัดกรองข้อมูลที่มีความเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัย ซึ่ง EU จะไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนดังกล่าว โดยในการประชุม G20 ครั้งนี้ ผู้แทนของ EU ยืนยันว่าได้ส่งระเบียบดังกล่าวไปให้บริษัทผู้พัฒนา AI จำนวนอย่างน้อย 30 แห่งทั่วโลกปฏิบัติตาม หากต้องการเผยแพร่บริการ AI ในกลุ่มประเทศ EU ทั้งนี้ ผู้แทน EU ย้ำว่ากฎระเบียบขง EU ต่อการใช้งาน AI เป็นไปเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า AI จะได้รับการพัฒนา และใช้งานอย่างเหมาะสม รวมทั้งปลอดภัย







