![]()

สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (EU) และองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อ 8 ตุลาคม 2569 แสดงความกังวลกรณีมีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากเชื้อกาฬโรคเป็นรายที่ 2 ในพื้นที่ไซบีเรียของรัสเซีย ทำให้ประธาน WHO เรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียเปิดเผยและชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากรายงานข่าวสารดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนของรัสเซียเอง ทำให้ WHO และนานาชาติไม่สามารถละเลยหรือเพิกเฉยต่อข้อมูลดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายที่ 2 เป็นข้อมูลเท็จ พร้อมย้ำให้ทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์จากสำนักงานสาธารณสุขของรัสเซีย หรือหน่วยงานที่ชื่อ Rospotrebnadzor เท่านั้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าให้หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ย้ำว่าตนเองได้หารือกับประธานาธิบดีของรัสเซียโดยตรงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยได้เสนอความช่วยเหลือและสนับสนุนรัสเซียเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ด้านหน่วยงานด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) ประเมินว่าสหรัฐฯ มีความเสี่ยงในระดับต่ำมาก (extremely low) ที่จะเผชิญการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าว และได้เพิ่มความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคัดกรอง เฝ้าระวังและติดตามผู้ที่เดินทางไปจากพื้นที่ที่มีการพบผู้ติดเชื้ออย่างเข้มงวด ทั้งนี้ มีรายงานจำนวนผู้ที่เดินทางจากไซบีเรียไปสหรัฐฯ ประมาณ 200 คน/ปี
EU ติดตามสถานการณ์ในรัสเซียอย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่าให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านสาธารณสุข โดยพร้อมเพิ่มพูนความร่วมมือกับประเทศสมาชิกเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยง ทั้งนี้ EU ยังไม่มีกำหนดการจัดประชุมวาระฉุกเฉินเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว แต่มีแนวโน้มจะเร่งสนับสนุนให้ WHO ประสานงานด้านข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงกับรัสเซียอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ WHO เป็นช่องทางติดตามสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในรัสเซีย เนื่องจาก EU มีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีทำสงครามในยูเครน จึงไม่สามารถติดต่อกับรัสเซียได้โดยตรง สะท้อนว่ามาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงมนุษย์ระหว่าง EU กับรัสเซีย







