นายกรัฐมนตรี 3 ประเทศสมาชิก EU เดินทางเยือนยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 ว่า นายกรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี Petr Fiala ของสาธารณรัฐเช็ก นายกรัฐมนตรี Mateusz Morawiecki ของโปแลนด์ และนายกรัฐมนตรี Janez Jansa ของสโลวีเนีย เป็นผู้แทนของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เดินทางเยือนกรุงเคียฟ ยูเครน เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Volodymyr Zelenskyy ของยูเครน และแสดงจุดยืนว่า EU ยังคงสนับสนุนอธิปไตยและอิสรภาพของยูเครน โดยทั้งสามประเทศจะเพิ่มความช่วยเหลือให้ยูเครน ทั้งด้านการเมือง การเงิน ยุทโธปกรณ์ และด้านมนุษยธรรม

อิหร่าน

ระบุเมื่อ 15 มี.ค.65 กังวลว่าการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จะกลับมารุนแรงหลังห้วงวันหยุดเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ (Nowruz) ตามปฏิทินอิหร่าน (เปอร์เซีย) ซึ่งจะเริ่มใน 20 มี.ค.65 เนื่องจากประชาชนจะเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยว

อินเดีย

ระบุเมื่อ 15 มี.ค.65 จะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มแรกให้เด็กอายุ 12-14 ปี และเข็มกระตุ้นให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว ใน 16 มี.ค.65

กัมพูชา

ระบุเมื่อ 14 มี.ค.65 เตรียมรณรงค์ให้ความรู้ในการรักษาสุขภาพ และการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ทั่วประเทศ ใน 22 มี.ค.65 เนื่องจากเห็นว่าการฉีดวัคซีนมีความสำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

ฝรั่งเศส

ระบุเมื่อ 14 มี.ค.65 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ 18,853 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 หลังจากยกเลิกมาตรการควบคุมโรคทั้งหมด

สหราชอาณาจักรสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า สหราชอาณาจักรประกาศแผน Homes for Ukraine หรือบ้านเพื่อชาวยูเครนที่ต้องการลี้ภัยมายังสหราชอาณาจักร แม้จะไม่มีครอบครัวหรือญาติอาศัยอยู่ก่อน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายมูลค่า 350 ปอนด์สเตอริง/เดือน (ประมาณ 15,230 บาท) ให้กับครัวเรือนที่สามารถให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งผู้ที่จะให้ที่พักพิงจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันว่าที่พักได้ตามมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 4 ล้านคน

อินเดียจะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟไปโปแลนด์ชั่วคราว

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า จะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟ ไปที่โปแลนด์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ในยูเครนรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครนต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียจะติดตามและประเมินสถานการณ์เพิ่มเติมเป็นระยะ

NATO กังวลว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธเคมี

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระบุเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า รัสเซียอาจหยิบยกประเด็นห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพในยูเครนเป็นข้ออ้างใช้อาวุธเคมีโจมตียูเครน ซึ่งจะถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางสงคราม นอกจากนี้ NATO เน้นย้ำการปฏิเสธข้อเรียกร้องของยูเครนในการประกาศเขตห้ามบิน เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประเทศตะวันตกกับรัสเซียโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ประธานาธิบดี Andrzej Duda ของโปแลนด์ ระบุว่า NATO อาจแทรกแซงทางทหารในยูเครนหากรัสเซียใช้อาวุธเคมี

ฮ่องกง

ระบุเมื่อ 14 มี.ค.65 ยังไม่มีแผนจะยกระดับมาตรการควบคุมโรค COVID-19 เข้มงวดขึ้น แม้มีผู้เสียชีวิตจากโรค COVID-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง