![]()

สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกยังคงเดินหน้าความร่วมมือที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะกรอบความร่วมมือกลุ่ม QUAD หรือกลุ่ม 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย อินเดียและญี่ปุ่น ที่ยังคงจัดการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อให้นานาชาติเห็นว่าทั้ง 4 ประเทศมีความสัมพันธ์อันดีและมียุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกัน
ปัจจุบัน ทั้ง 4 ประเทศของกลุ่ม QUAD ให้ความสนใจในความร่วมมือที่จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการควบคุมห่วงโซ่อุปทานการผลิต rear earth หรือแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในการทำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานการผลิตและการซื้อขายที่แข็งแกร่ง รวมทั้งลดการพึ่งพาจีน โดยความร่วมมือใหม่นี้เกิดขึ้นเมื่อ กรกฎาคม 2568 ภายใต้ชื่อ Quad Critical Minerals Initiative เป็นผลจากการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากทั้ง 4 ฝ่าย ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กลุ่ม QUAD ร่วมกันแสดงจุดยืนว่าการที่จีนครอบครองห่วงโซ่อุปทานแร่หายากนั้น อาจไม่เป็นผลดีต่อสมดุลอำนาจของประเทศต่าง ๆ และความมั่นคงในภูมิภาค ดังนั้น กลุ่ม QUAD พร้อมจะแสวงหาแหล่งทรัพยากรแร่สำคัญใหม่ ๆ จากทั่วโลก เพื่อลดการพึ่งพาจีน
ความก้าวหน้าของ QUAD ที่สนับสนุนห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก แม้ว่าจะเป็นโอกาสในการพัฒนาและแสวงหาแร่หายากจากถิ่นอื่น ๆ แต่ก็ยังมีความมุ่งหมายที่ชัดเจน คือ ลดการพึ่งพาจีนและพยายามควบคุมอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนที่ขยายตัวอย่างมาก เพราะจีนมีทรัพยากรและได้เปรียบในอุตสาหกรรมแร่หายาก มีรายงานจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ประเมินว่า จีนผลิตแร่ธาตุหายากประมาณร้อยละ 61 ของการผลิตทั้งโลก และครอบครองสัดส่วนการแปรรูปมากถึงร้อยละ 92 นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากและแร่อื่น ๆ ที่สำคัญไปยังประเทศอื่น ๆ
ด้วยความแข็งแกร่งของจีนที่เป็นผู้เล่นอันดับ 1 ของโลก ด้านการสกัดและกลั่นแร่หายากที่เป็นผลจากการวางแผนระยะยาวอย่างมีวิสัยทัศน์ของรัฐบาลจีน ทำให้ QUAD ต้องเสนอแผนการที่จะแยกห่วงโซ่การผลิตแร่หายากออกจากจีนให้ได้ในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้จีนใช้แร่หายากเป็นข้อต่อรองทางเศรษฐกิจและการเมือง เหมือนกรณีจีนประกาศว่าจะจำกัดการส่งออกแร่หายากไปสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะพึ่งพาการนำเข้าแร่หายากจากจีนมากถึงร้อยละ 70 ของการนำเข้าทั้งหมด
คาดว่าการแข่งขันระหว่างกลุ่ม QUAD กับจีนเพื่อครอบครองห่วงโซ่การผลิตแร่หายากจะเข้มข้นต่อไป แต่ขณะเดียวกัน ก็มีปัจจัยที่อาจทำให้กลุ่ม QUAD ดำเนินการได้ล่าช้า เพราะนโยบายของสหรัฐฯ ต่อความร่วมมือในกลุ่ม QUAD ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากผู้นำรัฐบาลปัจจุบันเน้นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์มากกว่าการดำเนินตามยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก
นอกจากความร่วมมือด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมแร่หายาก กลุ่ม QUAD ยังคงให้ความสำคัญด้านความมั่นคงทางทะเล เศรษฐกิจในมิติอื่น ๆ ขณะที่ความมั่นคงทางไซเบอร์ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญในกรอบความร่วมมือ QUAD ปี 2568 ในกรอบที่ชื่อว่า QUAD Cyber Challenge ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2566 เน้นการเสริมสร้างระบบนิเวศทางไซเบอร์ที่ปลอดภัยและปรับตัวกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้ ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีความตระหนักรู้และความสามารถในการปกป้องความมั่นคงทางไซเบอร์ได้ ทั้งในมิติการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล การใช้เครื่องมือเสริมความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ต และหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้
ถ้าวิเคราะห์ว่าบทบาทของ QUAD ในปี 2568 นี้ ประเด็นใดน่าจะมีประโยชน์กับประเทศในภูมิภาค และสามารถขยายความร่วมมือได้มากที่สุด โดยไม่เสี่ยงตกเป้นเครื่องมือการดำเนินยุทธศาสตร์แข่งขันอิทธิพลระหว่างมหาอำนาจ ก็มีความเป็นไปได้ที่ความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการสร้างความตระหนักรู้เรื่องภัยคุกคามทางไซเบอร์ จะเป็นผลประโยชน์ร่วม (mutual interest) ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือกับประเทศนอกกลุ่ม QUAD มากที่สุด เนื่องจากไม่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของประเทศอื่น ๆ







