![]()

ตามข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) แล้ว ไม่ใช่เพียงแต่เป็นสังคมสูงวัย (Aged Society) โดยตัวเลขเมื่อปี 2568 มีประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด 14,286,095 คน คิดเป็น ร้อยละ 21.71 ของประชากรทั้งหมด โดยมี 46 จังหวัด อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ส่วนระดับสังคมสูงวัย 25 จังหวัด และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) 6 จังหวัด คือ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี พะเยา และชัยนาท
การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ของไทยเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อสังคมไทยอย่างยิ่ง ทั้งด้านการบริหารจัดการดูแลในการอำนวยความสะดวก ด้านสาธารณสุข การจัดสรรงบประมาณ ปัญหาทางสังคม และการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากโครงสร้างของประชากรวัยทำงานที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ดี การที่ประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย ไม่ใช่จะเกิดเฉพาะในไทย ยังเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั้งโลก ซึ่งเป็นผลจากความสำเร็จของความก้าวหน้า หรือการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ มีรายงานของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Economic and Social Commission for Asia and the Pacific-ESCAP) ที่ประเมินไว้ว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปี ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในปี 2593 จะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 19.4 ของประชากรทั้งหมดของภูมิภาค ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2568 ที่อยู่ร้อยละ 10.8
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรัฐบาลไทยพยายามเร่งให้มีมาตรการรับมือกับสังคมสูงอายุ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และยังคงเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ และยกระดับในการร่วมมือกับอาเซียนในการรับมือกับเรื่องนี้ โดยมีการจัดตั้งศูนย์อาเซียนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและคุณค่าสังคมผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรม (ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation -ACAI) หรือ “ศูนย์อาไก” ซึ่งมีผลตั้งแต่ มิถุนายน 2567 และมีสถานะเป็นองค์การระหว่างประเทศ อยู่ที่อาคารนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุขภาพผู้สูงวัย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ ล่าสุด รัฐบาลไทยยังเพิ่มความพร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงอายุในอาเซียน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดี และสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีศักยภาพ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อ 11 สิงหาคม 2569 ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่เจ้าหน้าที่ต่างชาติของศูนย์อาเซียน ซึ่งเข้ามาปฏิบัติงานในไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อาเซียนฯ ที่ตั้งอยู่ในไทย และเสริมบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสังคมผู้สูงอายุในภูมิภาค นอกจากนี้ ศูนย์อาเซียนฯ จะช่วยให้ประเทศไทยได้มองเห็นสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางประชากรจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนให้หลากหลายมิติเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ







