จับตาความร่วมมือกลุ่ม QUAD สร้างห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก และความมั่นคงไซเบอร์

สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกยังคงเดินหน้าความร่วมมือที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะกรอบความร่วมมือกลุ่ม QUAD หรือกลุ่ม 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย อินเดียและญี่ปุ่น ที่ยังคงจัดการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อให้นานาชาติเห็นว่าทั้ง 4 ประเทศมีความสัมพันธ์อันดีและมียุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกัน ปัจจุบัน ทั้ง 4 ประเทศของกลุ่ม QUAD ให้ความสนใจในความร่วมมือที่จะเสริมสร้างขีดความสามารถในการควบคุมห่วงโซ่อุปทานการผลิต  rear earth  หรือแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในการทำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานการผลิตและการซื้อขายที่แข็งแกร่ง รวมทั้งลดการพึ่งพาจีน โดยความร่วมมือใหม่นี้เกิดขึ้นเมื่อ กรกฎาคม 2568 ภายใต้ชื่อ Quad Critical Minerals Initiative เป็นผลจากการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากทั้ง 4 ฝ่าย ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กลุ่ม QUAD ร่วมกันแสดงจุดยืนว่าการที่จีนครอบครองห่วงโซ่อุปทานแร่หายากนั้น อาจไม่เป็นผลดีต่อสมดุลอำนาจของประเทศต่าง ๆ และความมั่นคงในภูมิภาค ดังนั้น กลุ่ม QUAD พร้อมจะแสวงหาแหล่งทรัพยากรแร่สำคัญใหม่ ๆ จากทั่วโลก เพื่อลดการพึ่งพาจีน ความก้าวหน้าของ QUAD ที่สนับสนุนห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก แม้ว่าจะเป็นโอกาสในการพัฒนาและแสวงหาแร่หายากจากถิ่นอื่น…

กองทัพอาระกัน การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิรัฐศาสตร์เมียนมา

กองทัพอาระกันกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภูมิรัฐศาสตร์เมียนมา เกิดอะไรขึ้น ทำไมเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวต่างประเทศธรรมดา และไทยควรรับมืออย่างไร ติดตามได้ในคลิปนี้ …..

จีนยินดีต่อการบรรลุข้อตกลงร่วมไทย-กัมพูชาในการประชุม GBC ที่มาเลเซีย

โฆษก กต.จีน ตอบคำถามสื่อกรณีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ (General Border Committee-GBC) ที่มาเลเซีย เมื่อ 7 ส.ค.68 ว่า จีนยินดีที่ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงร่วมเกี่ยวกับข้อตกลงในการดำเนินการ กลไกการตรวจสอบ และการติดตามผลการหยุดยิง เพื่อวางรากฐานสำหรับการหยุดยิงที่มีประสิทธิภาพและเสริมสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างทั้งสองฝ่าย ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าการเจรจาและปรึกษาหารือเป็นหนทางที่ถูกต้องในการแก้ไขข้อพิพาท ทั้งนี้ จีนยึดมั่นในจุดยืนที่เป็นกลางและยุติธรรม สนับสนุนให้ไทยและกัมพูชายกระดับการติดต่อสื่อสารและจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม สนับสนุนการแก้ไขปัญหาขัดแย้งทางการเมืองผ่านวิถีอาเซียน (ASEAN Way) และพร้อมที่จะมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ต่อไปเพื่อการยุติข้อพิพาทอย่างสันติ

รัสเซียระบุว่า UAE เหมาะในการจัดการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน หลังพบหารือกับเชค มุฮัมมัด บิน ซายิด อาลนะย์ยาน เจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบีและประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เมื่อ 7 ส.ค.68 ที่รัสเซีย เปิดเผยว่า UAE เหมาะสมสำหรับการจัดประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐฯ ตามที่ทั้งสองประเทศเห็นพ้อง ทั้งนี้ UAE เป็นมิตรประเทศที่สำคัญของรัสเซีย โดยประธานาธิบดีรัสเซียและ UAE หารือทางโทรศัพท์จำนวน 4 ครั้ง เฉพาะห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา และ UAE เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยในประเด็นด้านมนุษยธรรมระหว่างรัสเซียกับยูเครนภายหลังความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนเริ่มขึ้นเมื่อ ก.พ.65

รมว.กต.มาเลเซียจะนำคณะผู้แทนไทย ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย เยือนเมียนมา

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 8 ส.ค.68 ว่า จะนำคณะผู้แทนอาเซียน ประกอบด้วยไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ลงพื้นที่เมียนมาใน 19 ก.ย.68 ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนใน ต.ค.68 เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การเมืองในเมียนมา ภายหลังรัฐบาลเมียนมาแต่งตั้งคณะบริหารประเทศชุดใหม่และยกเลิกการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เมื่อ 31 ก.ค.68  รมว.กต.มาเลเซียยังเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาปฏิบัติตามคำมั่น เฉพาะอย่างยิ่งการขยายระยะเวลามาตรการหยุดยิง ทั้งยังต้องการความชัดเจนจากเมียนมาว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ เนื่องจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงบังคับใช้ใน 63 เมืองหรือพื้ันที่

จับตามองบทบาทของสหรัฐฯ ที่จะกลับมาในอาเซียนอีกครั้ง

การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดกับประเทศอาเซียน (U.S.-ASEAN Meeting Summit) ครั้งที่ 13 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซียในปลายตุลาคม 2568 น่าจะเป็นสัญญานที่ดีต่ออาเซียนว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในกรอบพหุภาคี คืออาเซียน นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็จะต้องเดินทางมาด้วย เพื่อเข้าร่วมประชุมในกรอบสำคัญ ๆ กับอาเซียน เช่นเดียวกับนักธุรกิจของสหรัฐฯ ก็จะมีการประชุมกับนักธุรกิจของอาเซียนด้วย แต่สิ่งที่น่าจับตามองในเรื่องนี้คือ หากประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดกับอาเซียนจริง ก็น่าจะจับตามองถึงการที่สหรัฐฯ จะเพิ่มบทบาทและการเกี่ยวพันกับประเทศในภูมิภาคมากขึ้นจากที่มีอิทธิพลด้านการทหาร แนบแน่นกับหลายประเทศในภูมิภาคนี้  เฉพาะอย่างยิ่งกัมพูชาว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะพลิกประวัติศาสตร์เยือนกัมพูชาหรือไม่ เพราะกัมพูชาเปิดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มากขึ้น เช่น เพิ่มความโปร่งใสในการเปิดฐานทัพเรือเรียมให้ต่างประเทศเข้าแวะเทียบท่ามากขึ้น รวมทั้งการเยือนของเรือรบสหรัฐฯ ที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ ในรอบ 8 ปี เมื่อ ธันวาคม 2567 พร้อมผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโดแปซิฟิก (USINDOPACOM) ของสหรัฐฯ กองทัพกัมพูชายังเพิ่มความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ในกรอบการเจรจาในกรอบ Bilateral Defense Dialogue ระหว่างกองทัพกัมพูชากับ USINDOPACOM เมื่อ 24-25 กรกฎาคม…

กองทัพเมียนมาใช้โดรนโจมตีบ้านพักของแกนนำ DKBA ใน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง

กองทัพเมียนมาใช้อากาศยานไร้คนขับแบบพลีชีพ และปืนใหญ่โจมตีบ้านพักของ พ.อ.ซอเส่นวิน ผบ.ฝ่ายสารบรรณ กองกำลังกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) ในเขตวาเลย์มไยง์ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง (ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก) เมื่อ 3 ส.ค.68 ส่งผลให้บ้านพักได้รับความเสียหาย  การโจมตีครั้งนี้ จึงมองว่าเป็นการโจมตีโดยเจตนา แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต การโจมตีครั้งนี้ กิดขึ้นหลังจาก พ.อ.ซอเส่นวิน ให้สัมภาษณ์กับ สนข. Burma News International เมื่อ 7 ก.ค.68 ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับ DKBA ที่จะช่วยเหลือรัฐบาลเมียนมาในการจัดเลือกตั้งในพื้นที่ควบคุมของ DKBA ใน ธ.ค.68 หากรัฐบาลเมียนมาไม่สามารถรับประกันสันติภาพที่แท้จริงได้

มาเลเซียพร้อมส่งคณะสังเกตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม กล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 5 ส.ค.68 ว่า รัฐบาลมาเลเซียพร้อมส่งคณะสังเกตการณ์เฝ้าติดตามเพื่อดูแลความสงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หากได้รับการร้องขอจากทั้งสองฝ่าย ปัจจุบันสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังอยู่คงตึงเครียดและอ่อนไหว ขณะที่มาเลเซียได้รับอนุญาตให้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังผ่านระบบดาวเทียมร่วมกับสมาชิกอาเซียน

ศรีลังกาเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติใช้ Free Visa ทำธุรกิจผิดกฎหมาย

เว็บไซต์ นสพ.Daily Mirror ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 4 ส.ค.68 ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของศรีลังกากำลังเผชิญปัญหาหลังการบังคับใช้กฎหมายผู้อพยพและผู้ย้ายถิ่นฐาน โดยพบชาวต่างชาติกว่า 40 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา (Free Visa) เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวอิสราเอลที่เปิดคลับ ร้านอาหาร และให้บริการด้านการท่องเที่ยวร่วมกับคนท้องถิ่น โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง นอกจากนี้ ยังพบชาวจีนลักลอบเปิดศูนย์หลอกลวง และชาวอินเดียที่ได้รับ Visa ทำงานและท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนการอยู่เกินกำหนด

ญี่ปุ่นยืนยันไม่มีแผนมอบโดรนติดอาวุธให้ไทย

สอท.ญี่ปุ่น ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก เมื่อ 6 ส.ค.68 กรณีปรากฏข่าวสารว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ติดอาวุธให้ไทย ว่า ข่าวสารดังกล่าวเป็นข่าวปลอม และรัฐบาลญี่ปุ่นไม่เคยมีแผนมอบยุทโธปกรณ์ดังกล่าวให้ไทย อีกทั้งไม่เคยได้รับการร้องขอจากไทย พร้อมย้ำว่าการมอบความช่วยเหลือของญี่ปุ่นจำกัดเฉพาะกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศโดยตรง และรัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชากับไทยเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะสันติภาพโดยเร็ว อีกทั้งคาดหวังให้ชาวกัมพูชาสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้อย่างสันติโดยเร็วที่สุด และญี่ปุ่นขอบคุณบุคคลที่ไม่เผยแพร่ข่าวปลอมดังกล่าว