![]()

สมเด็จฯ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้ความเห็นเมื่อ 26 มีนาคม 2569 ระหว่างกิจกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติครั้งที่ 4 (National Science, Technology and Innovation Day หรือ STI Day) กระตุ้นให้ประชาชนและภาคเอกชนในประเทศให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในประเทศ เนื่องจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญและจำเป็นต่อการเสริมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและศักยภาพของกัมพูชาในเวทีโลก ที่ผ่านมาตลอด 20 ปี รัฐบาลให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในฐานะ “ทางเลือก” ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม แต่ปัจจุบันได้ยกระดับเป็น “ปัจจัยจำเป็น” ต่อการพัฒนาทุกภาคส่วนของประเทศ
รัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มที่ โดยตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน คาดว่าจะให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสถาบันวิชาการและการศึกษาทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และพร้อมตอบสนองนโยบายเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของรัฐบาล เป้าหมายสำคัญ คือ ให้กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์เทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และมีเทคโนโลยีเป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตภาคอุตสาหกรรม
ผู้นำกัมพูชากระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเป้าหมายดังกล่าวด้วย โดยเน้นย้ำหลักการสร้างระบบนิเวศน์ในประเทศให้เอื้อต่อการปรับเปลี่ยน หรือ “whole-of-ecosystem” รวมทั้งเชื่อมโยงให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าใจว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีส่วนสำคัญต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ เพราะเป็นเครื่องมือที่ทำให้กัมพูชามีความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะโลกรวน และสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนได้
กิจกรรมในช่วง STI Day ของกัมพูชา จัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกัมพูชา เป็นโอกาสให้รัฐบาลชี้แจงนโยบายและแผนการพัฒนานวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งเป็นการส่งสัญญาณให้เยาวชนและภาคเอกชนตื่นตัวเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยี ที่ผ่านมา กัมพูชามีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใกล้ชิดกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน







