![]()

สถานการณ์สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ กับอิสรเอล ยังไม่คลี่คลาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านเมื่อ 25 มีนาคม 2569 ให้ความเห็นต่อสื่อมวลชนว่าอิหร่านจะไม่ยอมรับเงื่อนไข 15 ข้อที่สหรัฐฯ เสนอ เพื่อยุติสงครามครั้งนี้ เนื่องจากเป็นแผนการที่ไม่สมเหตุสมผล หลอกลวง และเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ฝ่ายเดียว อิหร่านปฏิเสธด้วยว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงเกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ ขณะที่สื่อมวลชนรายงานว่าปัจจุบัน อียิปต์ ตุรกี และปากีสถาน พยายามเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพื่อลดระดับความขัดแย้งและความตึงเครียดในภูมิภาค
เครื่องมือการทูตพยายามใช้บรรเทาความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังไม่เป็นผลจากท่าทีของอิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขที่สหรัฐฯ เสนอ ขณะเดียวกันสถานการณ์ในภูมิภาคมีแนวโน้มตึงเครียดต่อเนื่อง สะท้อนจากมีรายงานการโจมตีระหว่างคู่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน รวมทั้งมีรายงานว่าสหรัฐฯ ทยอยเพิ่มทหาร และส่งยุทโธปกรณ์ไปปฏิบัติการในตะวันออกกลาง พร้อมกับส่งสัญญาณกดดันอิหร่านให้ประกาศยอมแพ้ ไม่เช่นนั้นจะเผชิญการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม
สำหรับข้อเสนอของสหรัฐฯ 15 ข้อ เสนออิหร่านผ่านผู้แทนของปากีสถาน ประกอบด้วยสาระสำคัญ เช่น การทำข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านเจรจายุติสงคราม ให้อิหร่านรื้อถอนโรงงานพัฒนานิวเคลียร์จำนวน 3 แห่ง พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังให้อิหร่านจำกัดจำนวนขีปนาวุธ ยุติการสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ รวมทั้งเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นปกติ โดยแลกเปลี่ยนกับสหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน
ปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี จะยังคงมีบทบาทในการเป็นผู้ประสานงานระหว่างคู่ขัดแย้ง เพื่อผลักดันการเจรจาต่อไป เพื่อให้มีการหารือระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ตามที่มีรายงานข่าวว่า อาจเกิดขึ้นที่ปกากีสถาน แม้ว่าอิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอ และนานาชาติยังไม่เชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลจะยอมหยุดยิง ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียแสดงความเห็นเมื่อ 25 มีนาคม 2569 ว่า การที่ปากีสถานเสนอเป็นผู้ประสานงานดังกล่าว เป็นการทำให้ประเทศเข้าสู่ความขัดแย้ง และว่าการที่อินเดียไม่เสนอตัวแสดงบทบาทดังกล่าว เนื่องจากอินเดียเป็นมิตรกับทุกฝ่าย รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน
ปัจจุบันสหรัฐฯ สั่งเคลื่อนย้ายกองกำลังทหารอเมริกันอย่างน้อย 3 หน่วย จำนวนประมาณ 7,000 นาย เพื่อให้ไปปฏิบัติการในภารกิจ Operation Epic Fury ในตะวันออกกลาง ได้แก่ หน่วย Tripoli Amphibious Ready Group จากฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น หน่วย Amphibious Ready Group จากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ และหน่วยกองพลทหารร่วมที่ 82 จากฐานทัพในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งหน่วยดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในสงครามที่สหรัฐฯ เข้าร่วมบ่อยครั้ง เช่น สงครามอ่าวเมื่อปี 2534 อัฟกานิสถานเมื่อปี 2544 และอิรักเมื่อปี 2546
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าสหรัฐฯ ขยายกำลังทหารของสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาวิกโยธิน เพื่อเพิ่มแรงกดดัน แต่มีความเป็นไปได้ต่ำที่ทหารสหรัฐฯ จะปฏิบัติการภาคพื้นดินในมาตุภูมิอิหร่านโดยตรงในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่เพิ่มจำนวนหน่วยยานหุ้มเกราะ รถถัง หรือเตรียมความพร้อมด้านการขนส่งอาวุธภาคพื้นดิน ซึ่งปัจจุบันกองทัพและกองกำลังที่อิหร่านสนับสนุนยังเป็นฝ่ายได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ อาจส่งกองทัพไปควบคุมพื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่านที่อยู่นอกมาตุภูมิ เช่น เกาะ Kharg เพื่อควบคุมแหล่งน้ำมันและช่องแคบฮอร์มุซแทนอิหร่าน หรือการมุ่งปฏิบัติการทำลายระบบขีปนาวุธของอิหร่านแบบเฉพาะเจาะจงเป้าหมาย







