![]()

อิหร่านย้ำว่าไม่ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสิ้นเชิง โดยเรือพาณิชย์ เช่น เรือขนส่งพลังงาน และเรือสินค้าที่ติดธงประเทศของหลาย ๆ ประเทศ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านย้ำเมื่อ 25 มีนาคม 2569 ว่า จะพิจารณาจากความใกล้ชิด และเป็นมิตรกับอิหร่าน เพียงแต่ต้องแจ้งกับอิหร่านล่วงหน้า อิหร่านระบุว่าเรือของประเทศที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับอิหร่าน หรือเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่ได้ขนส่งน้ำมันดิบและสินค้าสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุชไปได้แล้ว ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน รัสเซีย จีน และอิรัก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านไม่ได้ระบุว่ามีไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อ 24 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยแสดงความขอบคุณอิหร่านที่อนุญาตให้เรือของบริษัทบางจาก ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ขณะที่บริษัท SCG Chemicals ของไทยกำลังรอการอนุมัติให้ผ่านช่องแคบเช่นกัน พร้อมกับได้ขอบคุณอิหร่าน และโอมานที่ให้ความช่วยเรือมยุรี นารี ของไทย ซึ่งประสบอุบัติเหตุอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเมื่อ 26 มีนาคม 2569 ได้รับรายงานว่าเรือมยุรี นารี ได้ไปเกยตื้นที่เกาะเกชม์ของอิหร่านแล้ว
เรือของมาเลเซียก็สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เช่นกัน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียแถลงเมื่อ 26 มีนาคม 2569 ขอบคุณประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียอนที่อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของมาเลเซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และยังได้มีการหารือกับประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียอนเกี่ยวกับความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมประณามกรณีที่อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ทั้งนี้ มาเลเซียเหมือนกับหลาย ๆ ประเทศที่ต้องประหยัดพลังงาน และรัฐบาลต้องเข้าไปให้การอุดหนุนพลังงาน เช่น ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 จะกำหนดโควตาการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่รัฐอุดหนุน เหลือ 200 จาก 300 ลิตร/เดือน
แม้อิหร่านใช้กลยุทธ์การไม่ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุชกับทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐฯอิสราเอล และพันธมิตรกับสหรัฐฯ ตอบโต้สหรัฐฯ แต่ประเทศพันธมิตรในภูมิภาคของสหรัฐฯ ได้พยายามหาเส้นทางอื่น เพื่อส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก แม้จะไม่สามารถชดเชยปริมาณการหายไปของน้ำมันที่ผ่านมาได้ โดยซาอุดีอาระเบียเร่งเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่าเรือยานบู (Yanbu) บนชายฝั่งทะเลแดงเป็น 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมประมาณ 4.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ซาอุดีอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบลดลงกว่า ร้อยละ 60 เหลือประมาณ 4.3 จาก 7.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน และยังมีน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย ตกค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ประมาณ 56 ล้านบาร์เรล







