![]()

แฮกเกอร์ที่อิหร่านให้การสนับสนุนยังเดินหน้าปฏิบัติการสงครามไซเบอร์ต่อเป้าหมายสหรัฐฯ โดยมีราย เมื่อ มีนาคม 2569 ขู่จะโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ เมื่อ 12 มีนาคม 2569 กลุ่ม Handala ซึ่งเป็น hacktivist ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ตอบโต้สหรัฐฯ ที่เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โจมตีโรงเรียนในอิหร่าน จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 160 ราย และในจำนวนดังกล่าวเป็นนักเรียนกว่า 100 ราย ด้วยการขโมย และลบข้อมูลของบริษัท Stryker ซึ่งเป็นผู้ผลิตและให้บริการเทคโนโลยีทางการแพทย์ขนาดใหญ่ของโลก ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ
FBI ของสหรัฐฯ ยอมรับเมื่อ 27 มีนาคม 2569 ว่าข้อมูลส่วนตัวของนาย แคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI ถูกกลุ่ม Handala เจาะระบบอีเมล แม้ข้อมูลที่ถูกขโมยจะไม่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และเป็นประวัติส่วนตัว เช่น ประวัติ เอกสารส่วนตัว และรูปถ่ายสมัยก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง แต่ก็สะท้อนถึงความไม่ปลอดภัย และไม่เชื่อมั่นต่อระบบไซเบอร์ของสหรัฐฯ ที่เป็นเป้าหมายการเจาะข้อมูลจากอิหร่านตลอดเวลา นอกจากนี้ มีรายงานในห้วงเดียวกันว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่อิหร่านให้การสนับสนุนขู่จะตอบโต้ทางไซเบอร์ต่อระบบน้ำของสหรัฐฯ ทันที หากสหรัฐฯ โจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน
ในห้วงปลาย มีนาคม 2569 บริษัทรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ DigiCert ยังพบว่าในช่วงความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งนี้ พบว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์ เกือบ 5,800 ครั้ง ซึ่งเกือบร้อยละ 50 ของจำนวนนี้ มาจากกลุ่มที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน และเป้าหมายการโจมตีคือบริษัทของสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่ก็พบว่ามีการโจมตีเครือข่ายของประเทศอื่นด้วย เช่น บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ นอกจากนี้ ยังกังวลว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในความขัดแย้งในอิหร่าน เช่น ระบบโทรศัพท์มือถือ และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเชื่อมโยง real time และสถานที่เป้าหมาย เพื่อการทิ้งระเบิด และยิงขีปนาวุธทำให้เป็นช่องโหว่ในการที่แฮกเกอร์จะเจาะเข้าไปได้ เพื่อขโมยข้อมูลทางด้านการทหารของฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย
การทำสงครามทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นสมรภูมิสมัยใหม่ (modern warfare) อาจไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง หรือรุนแรง (great impact) แต่อาจทำให้เกิดความปั่นป่วนในสังคม หรือทำให้ระบบทางไซเบอร์อ่อนแอก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้มีการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่อ่อนแอด้วยเช่นกัน ซึ่งหากในมุมของอิหร่าน การที่รัฐบาลอิหร่านปิดกั้นการเข้าถึงและควบคุมระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้ผลกระทบจากการโลกมีจำกัด ขณะที่แฮกเกอร์ที่อิหร่านให้การสนับสนุนส่วนใหญ่มีฐานปฏิบัติการนอกอิหร่าน







