![]()

นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิชิ ของญี่ปุ่นเมื่อ 21 เมษายน 2569 อนุมัติการผ่อนคลายมาตรการห้ามส่งออกอาวุธของญี่ปุ่นไปต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลให้ญี่ปุ่นสามารถส่งออกยุทโธปกรณ์ไปยังต่างประเทศได้ ทั้งเครื่องบินรบ เรือรบ และขีปนาวุธ มาตรการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากญี่ปุ่นมีมาตรการห้ามส่งออกยุทโธปกรณ์ไปต่างประเทศตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ญี่ปุ่นส่งออกได้เฉพาะอาวุธที่ไม่ร้ายแรง เช่น ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการลาดตระเวน และยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจจับทุ่นระเบิด อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นเผชิญภัยคุกคามด้านความมั่นคงและความท้าทายด้านการทหารที่ซับซ้อนและเสี่ยงอันตรายมากขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งมีมุมมองว่าประเทศอื่น ๆ ต้องการรับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น จึงมีความพยายามเสนอให้ผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวทั้งเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและให้เอื้อต่อการเพิ่มพูนความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในอนาคต
การยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกอาวุธ มีขึ้นหลังจากญี่ปุ่นลงนามในสัญญาซื้อ-ขายเรือรบให้ออสเตรเลีย มูลค่าประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อต้น เมษายน 2569 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นย้ำว่า การส่งออกอาวุธให้ประเทศต่าง ๆ จะมีข้อจำกัด คือ ต้องเป็นประเทศที่ใช้อาวุธตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) อย่างเคร่งครัด และเป็นประเทศที่มีข้อตกลงทวิภาคีกับญี่ปุ่น ด้านสื่อมวลชนญี่ปุ่นประเมินว่าปัจจุบันมี 17 ประเทศที่มีสิทธิซื้ออาวุธจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ลงนามในความร่วมมือทวิภาคีกับญี่ปุ่นแล้ว ญี่ปุ่นอาจขยายความร่วมมือได้กับประเทศที่เข้าไปเจรจาทวิภาคีกับญี่ปุ่นด้วย มีรายงานว่าปัจจุบัน ประเทศที่สนใจซื้ออาวุธจากญี่ปุ่น ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
การปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการส่งออกอาวุธที่สำคัญครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เนื่องจากจีนและเกาหลีเหนือมีแนวโน้มรู้สึกไม่ปลอดภัยและจะจับตาความเคลื่อนไหว รวมทั้งความร่วมมือด้านการซื้อ-ขายอาวุธระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศต่าง ๆ มากขึ้น ที่สำคัญ คือ การส่งออกเรือรบรุ่น Mogami ซึ่งมีขีดความสามารถสูง และอาจเป็นความท้าทายของประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวยังทำให้ญี่ปุ่นมีแนวโน้มเป็นมหาอำนาจด้านการทหารและความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตลอดจนเสริมแนวคิดการสร้างพันธมิตรด้านการทหารแบบเนโต สำหรับความเคลื่อนไหวต่อไปในที่น่าสนใจของญี่ปุ่นในมิติด้านการทหารและความมั่นคง คือ การแสดงบทบาทในกลุ่ม QUAD (สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย) และการที่ผู้นำญี่ปุ่นมีกำหนดการเยือนออสเตรเลียในห้วงปลาย เมษายน – ต้นพฤษภาคม 2569 ที่อาจมีการประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง 2 ประเทศที่อาจก้าวขึ้นไปเป็นผู้คำประกันความมั่นคงหลักในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก







