![]()

สถานการณ์ความมั่นคงทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันตกของไทย ยังคงได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 27 เมษายน 2569 สภาสหภาพยุโรป (EU) ประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรเมียนมาต่อไปจนถึง 30 เมษายน 2570 เนื่องจากมีมุมมองว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนยังคงน่าห่วงกังวล และยังขัดขวางระบอบประชาธิปไตยด้วย ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรของ EU ต่อเมียนมา ครอบคลุมการคว่ำบาตรและยึดทรัพย์บุคคล 105 ราย และหน่วยงาน/องค์กรจำนวน 22 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับผู้นำกองทัพเมียนมา รวมทั้งห้ามบุคคลในบัญชีคว่ำบาตรเดินทางเข้า EU ด้วย นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรของ EU ต่อเมียนมายังครอบคลุมการห้ามขายอาวุธ ห้ามส่งออกสินค้าบางประเภทที่กองทัพเมียนมาอาจนำไปใช้ในการควบคุมและละเมิดสิทธิมนุษยชน
EU ใช้โอกาสนี้ประณามการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมาเมื่อปี 2564 รวมทั้งคัดค้านมาตรการของรัฐบาลและกองทัพเมียนมาที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติการใช้ความรุนแรง และให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวนักโทษการเมือง
มาตรการคว่ำบาตรของ EU อาจทำให้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในเมียนมาย่ำแย่ เนื่องจาก EU จะตัดงบประมาณช่วยเหลือรัฐบาลเมียนมาด้วย แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ EU มีมุมมองว่าเป็นตัวแทนของกองทัพเมียนมาที่ต้องการสืบทอดอำนาจทางการเมืองเพื่อควบคุมผลประโยชน์ในประเทศต่อไป นอกจากนี้ ท่าทีของ EU อาจผลักดันเมียนมาให้พึ่งพาจีนในฐานะประเทศหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและการพัฒนามากขึ้น ขณะเดียวกันก็อาจเป็นอุปสรรคต่อเมียนมาที่กำลังอยู่ในห้วงฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอาเซียนให้เป็นปกติ เพราะปัจจุบันอาเซียนเริ่มหารือกับผู้แทนรัฐบาลเมียนมามากขึ้นเพื่อโน้มน้าวให้รัฐบาลเมียนมาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนเป็นกลไกแก้ไขปัญหาท้าทายด้านความมั่นคงในภูมิภาค
ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2569 แสดงบทบาทอย่างต่อเนื่องในประเด็นเมียนมา เพื่อให้ EU และนานาชาติเห็นว่าอาเซียนให้ความสำคัญกับความมั่นคงและสิทธิมนุษยชนในเมียนมา และยังมีความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์กับเมียนมา โดยเมื่อ 24 เมษายน 2569 ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนมีถ้อยแถลงสนับสนุนให้เมียนมาปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพิ่ม เพื่อสนับสนุนบรรยากาศการเจรจาด้านความมั่นคงในประเทศ พร้อมชื่นชมเมียนมาที่ปล่อยตัวนักโทษจำนวน 4,000 คน เมื่อ 14 เมษายน 2569







