วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซผลักดันให้ไทยรื้อฟื้นโครงการแลนด์บริดจ์

The Independent ของสหราชอาณาจักร รายงานว่า ไทยกำลังเดินหน้าผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาทเพื่อเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นทางเลือกแทนช่องแคบมะละกา เนื่องจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัฐบาลเตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณาใน มิ.ย. – ก.ค. 69 และพยายามดึงดูดสิงคโปร์ให้เข้ามาลงทุน ทั้งนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ได้รับการผลักดันโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่หยุดชะงักลงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง อีกทั้งยังเผชิญแรงต้านจากประชาชนในพื้นที่

ผู้นำเมียนมาหารือกับ รมว.กต.จีน ระหว่างเยือนกรุงเนปยีดอ

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ให้การต้อนรับ นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน และคณะ เมื่อ 25 เม.ย.69 โดยเมียนมาชื่นชมประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่ส่งสารแสดงความยินดีอย่างรวดเร็วภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่จีนมีต่อเมียนมา ขณะที่ฝ่ายจีนยืนยันการสนับสนุนเมียนมาในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพและการพัฒนาในระยะยาวภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือร่วมกันในหลายประเด็น ได้แก่ การเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดน การกระชับความร่วมมือด้านการค้า พลังงาน เหมืองแร่ เกษตรกรรม และเทคโนโลยี รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ

ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์คัดค้านการเจรจาโดยตรงระหว่างรัฐบาลเลบานอนกับอิสราเอล

นายนะอีม กอซิม ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน คัดค้านการเจรจาโดยตรงระหว่างรัฐบาลเลบานอนกับอิสราเอล เพราะจะบ่อนทำลายเสถียรภาพของประเทศ  การเจรจาระหว่างรัฐบาลสองประเทศไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และยืนยันว่าจะดำเนินการต่อต้านอิสราเอลเพื่อปกป้องประเทศและประชาชนโดยไม่ยอมจำนนต่อศัตรูต่อไป ขณะที่ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ของเลบานอน แถลงต่อมาว่า การเจรจากับอิสราเอลไม่ใช่การทรยศต่อชาติ แต่มีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งในเลบานอน  ด้านนาย Israel Katz รมว.กห.อิสราเอล แถลงตอบโต้ว่า ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์กำลังเล่นกับไฟ พร้อมกับย้ำว่า อิสราเอลจะไม่ยุติปฏิบัติการทางทหาร หากยังคงมีการโจมตีชุมชนทางเหนือของอิสราเอลและ กกล.อิสราเอลในภาคใต้ของเลบานอน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือกับคณะทำงานความมั่นคงเกี่ยวกับข้อเสนอของอิหร่าน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 27 เม.ย.69 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังหารือกับคณะทำงานด้านความมั่นคงเกี่ยวกับข้อเสนอล่าสุดของอิหร่าน ที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมอิหร่านและยุติสงคราม กับทั้งเลื่อนการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์อิหร่านออกไป  ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงยืนยันเป้าหมายสำคัญที่จะขัดขวางไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุในวันเดียวกันว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศและอิหร่านไม่ควรเป็นผู้กำหนดหรือควบคุมการเดินเรือและเรียกรับค่าธรรมเนียมในการผ่านทาง ซึ่งสหรัฐฯ ไม่สามารถยอมรับได้

ความคืบหน้ากรณีเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าว สหรัฐฯ

เหตุผู้บุกรุกเข้าไปก่อเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โรงแรม Washington Hilton เมื่อ 25 เมษายน 2569 ปัจจุบันหน่วยความมั่นคงเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นาย Cole Tomas Allen ชาวอเมริกันอายุ 31 ปี ภูมิลำเนาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ภาพรวมไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ คาดว่าผู้ก่อเหตุวางแผนและดำเนินการเพียงลำพัง ยังไม่เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุที่ชัดเจน แม้ผู้ก่อเหตุจะเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ว่าต้องการก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่หน่วยความมั่นคงจำเป็นต้องสืบสวนต่อไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อเหตุแอบซ่อนอาวุธไว้ในโรงแรมล่วงหน้า ได้แก่ ปืนสั้น และมีด และลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการเข้าพักที่โรงแรม Washington Hilton เพื่ออยู่ในพื้นที่จัดงานของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ก่อเหตุจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 2 ข้อหา ได้แก่ ใช้อาวุธปืนก่อเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ และก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้นำประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายความพยายามโจมตีหรือทำร้ายร่างกายแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ กรกฎาคม 2567 ระหว่างการหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย ครั้งที่ 2 เมื่อ กันยายน 2567 ที่มีรายงานพบมือฟืนซุ่มเตรียมก่อเหตุยิงในรีสอร์ตและสนามกอล์ฟของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่รัฐฟลอริดา และครั้งที่…

ภูมิรัฐศาสตร์โลกไม่มั่นคง : การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไม่คืบหน้า

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับการเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานพยายามผลักดันยังไม่มีความคืบหน้าเพราะสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ส่งผู้แทนการเจรจาไปปากีสถาน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างอิสราเอล-กองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์โลกไม่มั่นคงและส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงานที่ผันผวนตามสถานการณ์ โดยเมื่อ 26 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1 อยู่ที่ประมาณ 107 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศในเอเชียมีแนวโน้มได้รับผลกระทบสูง แม้ว่าอิหร่านจะเริ่มเปิดการเจรจากับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อแก้ไขปัญหาและเสริมความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก เฉพาะอย่างยิ่งเอเชียที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และปุ๋ยเคมี เพื่อใช้ในทางการเกษตร แต่ท่าทีของสหรัฐฯ ทำให้อิหร่านไม่เชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะหยุดยิงตามข้อตกลง หรือต้องการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน เนื่องจากเต็มไปด้วยการข่มขู่ สื่อต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินเดีย และไทย เร่งออกแบบมาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันผันผวน และช่วยเหลือภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยให้ความสนใจกรณีไทยรณรงค์ให้ประชาชนมอบปืนฉีดน้ำพลาสติก เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นน้ำมันแนฟทา (Naphtha) และใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเม็ดพลาสติกและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างเหตุผลที่ตัดสินใจไม่ส่งนายสตีฟ วิตคอฟฟ์  ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนาย จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้แทนเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ ไปปากีสถาน (ซึ่งตอนหลังประกาศยกเลิกการส่งผ็แทนสหรัฐฯ) เพราะอิหร่านไม่มีท่าทีที่ชัดเจน รวมทั้งประเมินว่าผู้นำและผู้มีอิทธิพลในอิหร่านมีความคิดเห็นแตกแยกกันเกี่ยวกับการเจรจากับสหรัฐฯ และไม่มีผู้นำที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด สหรัฐฯ จึงไม่เห็นว่าการเจรจาจะเป็นประโยชน์ ด้านอิหร่านยืนยันว่ารัฐบาลอิหร่านมีเอกภาพและพร้อมเจรจาโดยยึดมั่นเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศและภูมิภาคตะวันออกกลางในระยะยาว นอกจากนี้ อิหร่านส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปเยือนโอมานและรัสเซีย หลังจากเยือนปากีสถาน…