ราคาน้ำมันโลกอาจถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 29 เมษายน 2569 ยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯ จะประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไป และจะควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งอาจใช้มาตรการส่งเรือรบสหรัฐฯ เข้าไปยึดครองท่าเรือของอิหร่าน เพื่อเพิ่มแรงกดดันทั้งทางเศรษฐกิจและการทหาร จนกว่าอิหร่านจะประกาศยอมแพ้ ท่าทีดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพที่อิหร่านเสนอ และอาจเป็นสัญญาณว่าทั้ง 2 ประเทศจะยังไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพเร็ว ๆ นี้ ผู้นำสหรัฐฯ มีมุมมองว่าการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ สร้างแรงกดดันและความเสียหายทางเศรษฐกิจให้อิหร่านได้มากกว่าการโจมตีทางทหาร เป็นการขยายมาตรการกดดันจากการใช้เครื่องมือทางทหาร ไปใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ทั้งด้านลดความสูญเสียด้านการทหาร และทำให้นานาชาติต้องมีส่วนร่วมในการกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ  เป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ คือ อิหร่านต้องยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ เพราะเป็นภัยคุกคามสำคัญของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เชื่อว่าสหรัฐฯ ต้องการมีสิทธิ์ควบคุมความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทำให้อิหร่านไม่พอใจและไม่ตอบรับเงื่อนไขดังกล่าว พร้อมกันนี้ ประธานสภาอิหร่าน ยังวิจารณ์ยุทธศาสตร์การทำสงครามของสหรัฐฯ ครั้งนี้ว่ามีเป้าหมายสร้างความแตกแยกในอิหร่าน แต่กลับเป็นผลเสียต่อสหรัฐฯ เอง เนื่องจากราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าสหรัฐฯ อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงถึง 140 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หากไม่ยอมถอนกองเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับความมั่นคงปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ยังไม่แน่นอน อย่างน้อยจาก 3…

แนวโน้มกระแส Longevity เพื่อชีวิตที่ยืนยาว

Longevity คือ แนวคิดที่ให้ความสำคัญต่อการมีชีวิตที่ยืนยาว และมีสุขภาพดี กลายเป็น 1 ในกระแสนิยมหรือเทรนด์ระดับโลกที่ได้รับพูดถึงอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสนิยมเรื่อง Longevity ยืนยาว อาจเป็นเพราะโลกก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” โครงสร้างประชากรโลกเปลี่ยนเพราะเด็กเกิดน้อยลง ประชากรโลกจำนวนมากต้องเตรียมใช้ชีวิตบั้นปลายด้วยการพึ่งพาตนเอง จึงจำเป็นต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีหลังวัยทำงาน …ผู้คนจึงหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น กระแสนิยมเรื่อง Longevity นอกจากจะเป็นวิถีชีวิตของคนยุคใหม่แล้ว ยังเป็น “น่านน้ำใหม่” สำหรับหลายวงการที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นวงการแพทย์ รวมถึงโลกธุรกิจ เพราะกระแสนิยมดังกล่าวทำให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีการแพทย์มากขึ้น รวมทั้งการออกแบบนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันโรคเฉพาะบุคคล …หากจะเปรียบเทียบกระแสนิยมนี้กับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงการทำงานในตลาดแรงงานยุคใหม่ ก็อาจจะสรุปได้ว่า แนวคิด Longevity เป็นเสมือนการปรับเปลี่ยนสภาพภายในร่างกายมนุษย์ ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมโลก หากความสามารถในการใช้ AI เป็นเครื่องมือและทักษะในการเอาตัวรอดในตลาดแรงงานยุคอนาคต ดังนั้น ความสามารถในการเข้าใจและเข้าถึงรูปแบบการใช้ชีวิตด้วยแนวคิด Longevity ก็จะเป็นเครื่องมือและทักษะการปรับสภาพร่างกายและวิถีชีวิตให้มนุษย์เราเอาตัวรอดในยุคอนาคตได้เช่นกัน แต่กระแสนิยมเรื่อง Longevity จะยืนยาวและเป็น “น่านน้ำใหม่” ที่ขยายโอกาสด้านธุรกิจและการแพทย์ได้อีกนานแค่ไหน?!… บทความนี้ขอนำเสนอว่า Longevity จะเป็นมากกว่ากระแสนิยม เพราะมีโอกาสกลายเป็น “วิถีชีวิต”…

ธปท.มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อปกป้องเศรษฐกิจจากผลกระทบของวิกฤตราคาน้ำมัน

Bloomberg ของสหรัฐฯ รายงานความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ต่อปี ในการประชุม กนง. (29 เม.ย. 69) เพื่อปกป้องเศรษฐกิจไทยจากผลกระทบของวิกฤตราคาน้ำมันโลก เนื่องจากไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ จึงยังคงมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ซึ่งอาจกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น

สหรัฐฯเตรียมปิดล้อมท่าเรืออิหร่านระยะยาว

สนข.วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 28 เม.ย.69 ว่า  สหรัฐฯ เตรียมปิดล้อมท่าเรืออิหร่านระยะยาวเพื่อกดดันทางเศรษฐกิจ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งการให้กองทัพเรือเตรียมความพร้อมสำหรับการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในระยะยาว เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ด้วยการสกัดกั้นเรือทุกลำที่เข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน เนื่องจากแนวทางดังกล่าวมีความเสี่ยงน้อยกว่าการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านหรือสหรัฐฯ ถอนตัวจากการเจรจา

ผู้นำรัฐรอบอ่าวพบหารือเป็นครั้งแรกนับแต่การสู้รบในอิหร่าน

การประชุมสุดยอดคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ครั้งที่ 19 gมื่อ 28 เม.ย.69  ที่เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย  เป็นการพบหารือระดับผู้นำโดยตรงครั้งแรกของสมาชิก GCC นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อ 28 ก.พ.69 การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความเป็นเอกภาพและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงคราม และกำหนดแนวทางการแก้ไขวิกฤตให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของ GCC   ตลอดจนส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค  นายญาซิม มุฮัมมัด อัลบุดัยวี เลขาธิการ GCC แถลงระหว่างการประชุมดังกล่าวว่า สมาชิก GCC ปฏิเสธมาตรการของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ  ผู้นำ GCC ยังมอบหมายให้สำนักเลขาธิการฯ เร่งรัดโครงการความร่วมมือต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ และเร่งดำเนินโครงการเส้นทางรถไฟ GCC ตลอดจนพิจารณาโครงการท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และโครงการเชื่อมโยงระบบน้ำระหว่างประเทศสมาชิก รวมทั้งศึกษาการจัดตั้งพื้นที่สำรองเชิงยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะถอนตัวออกจาก OPEC

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะถอนตัวออกจากกลุ่ม OPEC และ OPEC+ โดยมีผลตั้งแต่ 1 พ.ค.69 โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าการถอนตัวออกจาก OPEC และ OPEC+ จะช่วยให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถปรับเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบเป็น 4 – 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยไม่ถูกจำกัดตามโควตาที่ OPEC กำหนดไว้ที่ประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นสมาชิก OPEC ตั้งแต่ปี  2510 แต่มีปัญหาขัดแย้งกับซาอุดีอาระเบียเป็นระยะในประเด็นโควตาการผลิตน้ำมันดิบ ก่อนหน้านี้ ระหว่างปี 2559 – 2566 มีประเทศสมาชิกที่ถอนตัวจาก OPEC ได้แก่ กาตาร์ เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย และแองโกลา