![]()

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน กรณีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเตรียมใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านอีกครั้ง เพื่อกดดันให้เข้าร่วมการเจรจาที่มีปากีสถานเป็นประเทศตัวกล่าง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่าได้สั่งระงับการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ไว้ก่อน ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มประเทศรอบอ่าวที่ไม่ต้องการให้การปะทะทางทหารขยายความไม่มั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังเปิดเผยพร้อมกันว่าปัจจุบันการเจรจาเริ่มมีความคืบหน้า ตลอดจนย้ำว่าอิหร่านต้องยอมรับเงื่อนไขปลดอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น สหรัฐฯ จึงจะยอมยุติแรงกดดันครั้งนี้
การที่สหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน อาจบรรเทาบรรยากาศความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้เล็กน้อย แต่อิหร่านยังไม่มีท่าทีจะยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ เรื่องยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า อิหร่านเตรียมใช้เครื่องมือใหม่เพื่อบริหารจัดการความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะตั้งหน่วยงาน Persian Gulf Strait Authority (PGSA) เพื่อติดตามรายละเอียดการเดินเรือและรับประกันความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนค้ำประกับความปลอดภัยให้เรือต่างชาติที่ต้องการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยจะเรียกเก็บค่ารับประกันเป็นสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี โดยมีกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านหรือ IRGC รับผิดชอบ
ท่าทีของอิหร่านดังกล่าวขัดแย้งกับเป้าหมายและเงื่อนไขของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือเสรี ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม จึงสะท้อนว่าอิหร่านไม่ผ่อนปรนให้สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ท่าทีของอิหร่านประเด็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้จีนไม่พอใจ ตลอดจนอาจขัดแย้งกับกฎหมายทางทะเล หรือ United Nations Convention on the Law of the Sea (UNCLOS)
กลุ่มประเทศรอบอ่าวเร่งหาแนวทางรับมือกับความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านในระยะยาว โดยความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างมาก คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ประกาศเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ว่า กำลังเร่งโครงการสร้างท่อขนส่งน้ำมันแห่งใหม่ ที่จะส่งน้ำมันได้มากเป็น 2 เท่าของกำลังการจนส่งน้ำมันในปัจจุบัน เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือบรรทุกและขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยผู้นำ UAE เชื่อมั่นว่าท่อขนส่งน้ำมันแห่งใหม่ที่จะเริ่มใช้ในปี 2570 จะบรรเทาวิกฤตขาดแคลนพลังงานน้ำมันของโลกได้ ที่ผ่านมา UAE ซาอุดีอาระเบียและอิรัก มีท่อขนส่งน้ำมันที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ได้แก่ ท่อขนส่งน้ำมัน East-West Pipeline หรือ Petroline ของซาอุดีอาระเบีย ท่อขนส่งน้ำมัน ADCOP ของ UAE และท่อขนส่งน้ำมัน Kirkuk-Ceyhan ของอิรักและตุรกี







