![]()

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับปากีสถานใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยปากีสถานยังคงการเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านขัดแย้งกันอย่างเงียบ ๆ ในห้วงต้น สิงหาคม 2569 นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศได้สานต่อความร่วมมือด้านต่อต้านการก่อการร้าย และความมั่นคงอื่น ๆ รวมถึงด้านเศรษฐกิจและการค้าที่ปากีสถานตั้งเป้าหมายไว้ว่ามูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะเพิ่มถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ในเชิงยุทธศาสตร์จะเห็นสัญญาณการสร้างดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ของปากีสถาน เพิ่มจากที่ใกล้ชิดกันอย่างมากกับจีนและอิหร่าน แม้จะยังไม่สามารถแทนที่ได้
เมื่อ 4 สิงหาคม 2569 สหรัฐฯ และปากีสถานมีการประชุมร่วมกันในความร่วมมือด้านต่อต้านการก่อการร้าย (U.S.-Pakistan Counterterrorism Dialogue) ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่ 4 ด้วยการเดินหน้าในความร่วมมือในการต่อต้านกลุ่มก่อการร้าย กลุ่มติดอาวุธ และเครือข่าย อาทิ กลุ่ม Islamic State-Khorasan Province (ISIS-K) กลุ่มอัลกออิดะฮ์ (al-Qaida-AQ) กลุ่ม Tehreek-e-Taliban Pakistan (TTP) รวมทั้งกองทัพปลดปล่อยบาลูจิสถาน (Balochistan Liberation Army-BLA) และกลุ่มพันธมิตร การประชุมดังกล่าว ส่งสัญญาณได้ว่าสหรัฐฯ พยายามขยายบทบาท และอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียใต้ ด้วยการใช้เครื่องมือด้านความร่วมมือด้านต่อต้านการก่อการร้าย โดยสหรัฐฯ อ้างว่าเพื่อเป็นการสนับสนุนและรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียใต้
ในด้านการค้าและการลงทุน ทั้งปากีสถานและสหรัฐฯ มุ่งมั่นในการกระชับความร่วมมือระหว่างกัน โดยปากีสถานตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2574 มูลค่าการค้าระหว่างกันจะเพิ่มจากปัจจุบันกว่า 2 เท่า จากการขยายความร่วมมือ เช่น ด้านพลังงาน เทคโนโลยี และแร่สำคัญ ซึ่งเมื่อปี 2568 มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน รวม 8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของปากีสถาน ประมาณ 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เมื่อ 5 สิงหาคม 2569 ปากีสถานและสหรัฐฯ ได้มีการเจรจาระหว่างกัน เพื่อเร่งผลักดันให้กรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างปากีสถานกับสหรัฐฯ (Reciprocal Trade Framework) มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ซึ่งมีเป้าหมายขยายโอกาศด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น
แม้สหรัฐฯ กับปากีสถานในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะราบรื่น เช่น มีการทำบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับแร่ธาตุหายาก และเงินสกุลคริปโต เมื่อต้นปี 2568 แต่จีนยังคงมีความสำคัญ และใกล้ชิดในเชิงยุทธศาสตร์กับปากีสถานมากกว่าสหรัฐฯ โดยมีข้อมูลว่า ในห้วงปี 2564-2568 ปากีสถานนำเข้ายุทโธปกรณ์จากจีนถึง ร้อยละ 80 ของการนำเข้าทั้งหมด รวมทั้งยังมีการลงนามในการขยายความร่วมมือด้านการทหารระหว่างกัน ขณะที่ในการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจก็มีระเบียงเศรษฐกิจระหว่างกัน (China-Pakistan Economic Corridor -CPEC) ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative ของจีน นอกจากนี้ โครงการ CPEC ระยะที่ 2 จะเกิดขึ้นในห้วง 10 ปีข้างหน้าด้วย







