ความนิยมอาหารเอเชียในรัสเซียเติบโตขึ้นเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรและอิทธิพลวัฒนธรรมป๊อบ

Channel News Asia ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความระบุว่า ความนิยมอาหารเอเชียในรัสเซียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยความต้องการสินค้าเอเชียเพิ่มสูงขึ้น เช่น บะหมี่เกาหลี เบียร์จีน ซอสไทย เป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของวัฒนธรรมป๊อปเอเชีย ผลักดันให้รัสเซียหันไปค้าขายกับตลาดเอเชียมากขึ้น และหากมีการฟื้นฟูเที่ยวบินตรงไปยังประเทศในเอเชียอาจยิ่งกระตุ้นความสนใจต่ออาหารเอเชียมากขึ้นในอนาคต

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน

สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านนับแต่ 28 ก.พ.69 ปัจจุบันเวลาล่วงไปถึงเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่สถานการณ์การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป สถานการณ์ดังกล่าวมีพัฒนาการอย่างไร และส่งผลกระทบอย่างไรต่อประชาคมระหว่างประเทศบ้าง มาติดตามกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน”

เกาหลีใต้ประกาศวิสัยทัศน์จัดตั้ง Global AI Hub ส่งเสริมความร่วมมือด้าน AI ระหว่างประเทศ

กระทรวงการคลังและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์เมื่อ 21 พ.ค.69 ประกาศวิสัยทัศน์จัดตั้งศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์โลก หรือ “Global AI Hub” เพื่อผลักดันให้เกาหลีใต้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้าน AI ระหว่างประเทศ สำหรับโครงการความร่วมมือด้าน AI ร่วมกันองค์การระหว่างประเทศ 9 แห่ง อาทิ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization-ILO) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) รวมถึงธนาคารพหุภาคีเพื่อการพัฒนา 5 แห่ง เพื่อร่วมพัฒนา AI สำหรับแก้ไขปัญหาระดับโลก อาทิ โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แรงงาน การย้ายถิ่น และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์ “AI for All, AI to Solve Global Challenges” พร้อมจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั้งระบบประมวลผล ข้อมูล และคลาวด์สำหรับใช้งานร่วมกัน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ AI ของเกาหลีใต้…

หน่วยงาน UN เร่งสนับสนุนการรับมือการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโก

องค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 21 พ.ค.69 ว่า เร่งสนับสนุนการรับมือการระบาดของโรคอีโบลาในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) หลังประกาศการระบาดเมื่อ 15 พ.ค.69 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งเวชภัณฑ์ฉุกเฉินกว่า 11.5 ตัน รวมถึงชุดป้องกันและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ขณะที่กองกำลังภารกิจสร้างเสถียรภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  สนับสนุนการลำเลียงทางอากาศสิ่งของช่วยเหลือเกือบ 30 ตันไปยังเมืองบูเนีย   พร้อมรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรค ด้านโครงการอาหารโลก (WFP) เตือนว่าวิกฤตอีโบลากำลังซ้ำเติมปัญหาความอดอยากรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งมีประชาชนกว่า 26.5 ล้านคนทั่วประเทศเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร ส่วนองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) กังวลผลกระทบต่อเด็กและได้ส่งอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยเพิ่มเติม ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต 139 คน และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 600 คน ในดีอาร์คองโก ขณะที่ยูกันดายืนยันผู้ติดเชื้อแล้ว 2 คน

ไต้หวันตั้งเป้าหมายผลิตโดรนเดือนละ 100,000 เครื่อง ภายในปี 2573

สนข.Taipei Times  รายงานเมื่อ 22 พ.ค.69 อ้างกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ว่า อุตสาหกรรมโดรนของไต้หวันมีอัตราการขยายตัวรวดเร็ว จากความต้องการภายในและต่างประเทศ ทำให้ไต้หวันตั้งเป้าหมายผลิตโดรนอย่างน้อยเดือนละ 100,000 เครื่อง ภายในปี 2579 โดยครึ่งหนึ่งจะส่งออกไปต่างประเทศ  ปัจจุบันไต้หวันผลิตโดรนประมาณเดือนละ 15,000 เครื่อง (เพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า เมื่อเทียบปี 2568) มูลค่าการค้าประมาณ 408 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อ ต.ค.68 ไต้หวันอนุมัติแผนลงทุนระยะ 6 ปี มูลค่า 1,394 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการผลิตโดรนภายในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายให้ได้รับผลตอบแทนคืนทุนภายในปี 2573 และผลักดันให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมโดรนของทวีปเอเชียเฉพาะประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

อิหร่านฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหารได้เร็วกว่าที่สหรัฐฯ คาดไว้

สนข. CNN รายงานเมื่อ 21 พ.ค.69 โดยอ้างแหล่งข่าวและหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ว่า อิหร่านสามารถฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหารได้รวดเร็วกว่าที่สหรัฐฯ คาดไว้ เนื่องจากอิหร่านเริ่มกลับมาผลิตอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บางส่วนอีกครั้งในช่วงหยุดยิงตั้งแต่ต้น เม.ย.69 รวมถึงฟื้นฟูฐานยิงขีปนาวุธและกำลังการผลิตอาวุธบางส่วน โดยคาดว่าอิหร่านอาจฟื้นฟูศักยภาพด้านการโจมตีด้วยโดรนอย่างเต็มรูปแบบในเวลาประมาณ 6 เดือน ส่วนปัจจัยที่ทำให้อิหร่านฟิ้นฟูขีดความสามารถทางทหารได้อย่างรวดเร็ว คือ การได้รับการสนับสนุนจากจีนและรัสเซีย โดยเฉพาะการสนับสนุนจากจีนในด้านชิ้นส่วนที่ใช้ผลิตอาวุธ

องค์กรสิทธิมนุษยชนกังวลกรณีเมียนมากระตุ้นให้เยาวชนสมัตรเป็นกำลังพล

สถานการณ์ความมั่นคงและพัฒนาการทางการเมืองในเมียนมาได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศและองค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่าปัจจุบัน รัฐบาลเมียนมาสนับสนุนให้เยาวชนอายุระหว่าง 16-19 ปี สมัครโครงการฝึกอบรมเพื่อเป็นกำลังพลในกองทัพเมียนมา โดยรัฐบาลเมียนมารณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้เยาวชนทั่วประเทศ สมัครหลักสูตรของกองทัพ ที่กรุงเนปยีดอ และเมืองใกล้เคียง โดยหลักสูตรดังกล่าวจะเริ่มเปิดเรียน รวมทั้งฝึกอบรมระหว่างปีการศึกษา 2569-2570 โดยรัฐบาลและกองทัพสร้างแรงจูงใจด้วยการให้เยาวชนเข้าร่วมหลักสูตรดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีโอกาสได้รับการศึกษาต่อในโรงเรียนของกองทัพต่อไป องค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้งในเมียนมาและต่างประเทศ มีมุมมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นไปเพื่อจูงใจให้เยาวชนเมียนมาเป็นกำลังพลในกองทัพ ที่ต้องปฏิบัติการรักษาความมั่นคงในประเทศต่อไปในระยะยาว ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาสูญเสียกำลังพลระหว่างการสู้รบกับกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองและชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเร่งรับสมัครทหารรุ่นใหม่ รวมทั้งอาจใช้หลักสูตรดังกล่าวแพร่กระจายอุดมการณ์ความมั่นคงทางการเมืองของกองทัพเมียนมา โดยใช้โอกาสจากระบบการศึกษาที่ล้มเหลวในช่วงสงครามกลางเมือง ฟื้นฟูระบบการศึกษารูปแบบใหม่ที่จะเอื้อประโยชน์ต่ออำนาจทางการเมืองของกองทัพ นอกจากนี้ รัฐบาลและกองทัพเมียนมาใช้โรงเรียนทหารรูปแบบใหม่นี้โน้มน้าวให้เยาวชนชาวเมียนมาร่วมมือกับกองทัพมากขึ้น แทนที่จะเดินทางออกนอกประเทศหรือไปประกอบอาชีพอื่น ที่ผ่านมา สถานการณ์ความไม่มั่นคงในเมียนมา และแรงกดดันจากรัฐบาล รวมทั้งกองทัพเมียนมาที่ต้องการให้ชาวเมียนมาอายุระหว่าง 18-35 ปี เกณฑ์ทหาร โดยประกาศใช้กฎหมายเมื่อปี 2567 ที่กำหนดให้พลเมืองเพศชายและหญิงต้องเข้าเกณฑ์ทหารเป็นระยะเวลา 2 ปี ทำให้ชาวเมียนมาบางส่วนต้องการอพยพออกจากประเทศ เพราะมีมุมมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิและความปลอดภัย ทั้งนี้ มาตรการของเมียนมาทำให้มีการเกณฑ์ทหารเพิ่มแล้วอย่างน้อย 110,000 คน  

รัฐมนตรีต่างประเทศสมาชิกกลุ่ม QUAD จะหารือกันที่อินเดีย

สหรัฐฯ อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย จะจัดการหารือระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมกันที่อินเดีย ใน 26 พฤษภาคม 2569 เพื่อกระชับความร่วมมือและความสัมพันธ์ของสมาชิกกลุ่มความร่วมมือ 4 ฝ่าย หรือ QUAD โดยสื่อต่างประเทศจับตามองท่าทีและบทบาทของนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่จะเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการระหว่าง 23-26 พฤษภาคม 2569 เพื่อเพิ่มพูนความเชื่อมั่นต่อประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ว่าสหรัฐฯ จะยังให้ความสำคัญกับการเสริมความร่วมมือพหุภาคีและการสนับสนุนความมั่นคงของพันธมิตรและหุ้นส่วน เฉพาะอย่างยิ่งอินเดีย เนื่องจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าชาวอินเดียมีมุมมองเชิงลบต่อบทบาทของสหรัฐฯ ในเวทีโลก รวมทั้งมีมุมมองว่านโยบายภาษีของสหรัฐฯ บั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างกัน สำหรับกลุ่ม QUAD ที่ผ่านมามีความร่วมมือด้านความมั่นคงต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การขยายความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ และการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 4 ประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดียค่อนข้างเผชิญความท้าทาย จากการที่ทั้ง 2 ประเทศดำเนินนโยบายแตกต่างกันประเด็นสงครามยูเครน รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใช้มาตรการภาษีตอบโต้อินเดียในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า การประชุมหารือของกลุ่ม QUAD ครั้งนี้จะเป็นการส่งสัญญาณให้จีนเห็นว่าพันธมิตรและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ รวมทั้งญี่ปุ่นและออสเตรเลียยังแข็งแกร่ง คาดว่าจะเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือ 4 ประเทศเพื่อส่งเสริมห่วงโซ่การผลิตเทคโนโลยี…

ผู้นำจีนจะเยือนเกาหลีเหนือ

สื่อมวลชนเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการในห้วงปลาย พฤษภาคม หรือต้น มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงบทบาทเป็นตัวกลางการเจรจาปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนส่งทีมรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเยือนกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ เพื่อเตรียมพร้อมการเยือน ปัจจุบัน รัฐบาลจีนยังไม่ยืนยันกำหนดการเยือนดังกล่าว แต่สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจและประเมินความเป็นไปได้สูง เนื่องจากผู้จีนต้องการสร้างผลงานในการส่งเสริมความสัมพันธ์และแก้ไขปัญหาตึงเครียดระหว่างประเทศ ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน พบหารือกับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือบ่อยครั้ง ล่าสุดเมื่อปี 2568 ในระหว่างที่นายคิม จองอึน เยือนกรุงปักกิ่ง จีน สำหรับการเยือนเกาหลีเหนือครั้งนี้ สื่อมวลชนเกาหลีใต้คาดหวังให้ผู้นำจีน แสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์เพื่อโน้มน้าวเกาหลีเหนือให้รักษาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากปัจจุบันเกาหลีเหนือเพิ่มท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีใต้ ปฏิเสธการเจรจาระหว่างกัน และมีแนวโน้มจะใช้เครื่องมือทางทหารกดดันและยั่วยุเกาหลีใต้ในพื้นที่แนวหน้าระหว่าง 2 ประเทศ ทั่วโลกจะจับตามองบทบาทของผู้นำจีนต่อบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากจีนเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงและการค้าที่สำคัญของเกาหลีเหนือมาโดยตลอด เฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนามนุษย์ นอกจากนี้ การเยือนดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ-เกาหนีใต้ตกต่ำ จากกรณีผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ยกเลิกข้อความเกี่ยวกับเป้าหมายการรวมชาติกับเกาหลีใต้ (reunification) ในรัฐธรรมนูญของประเทศ และระบุชัดเจนว่าเกาหลีใต้เป็นรัฐศัตรู กำหนดอธิปไตยเหนือดินแดนแยกประเทศเป็นเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน…

เยอรมนีพร้อมเป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรเนโต

เยอรมนีแสดงความพร้อมเป็นประเทศผู้นำของกลุ่มพันธมิตรเนโต ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงและการทหาร โดยนาย Johann Wadephul รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนระหว่างเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของประเทศสมาชิกเนโต ที่เมือง Helsingborg สวีเดน ระหว่าง 21-22 พฤษภาคม 2569 ว่า เยอรมนีพร้อมยกระดับบทบาทเป็นผู้นำเนโต เป้าหมายเพื่อให้ความมั่นคงของยุโรปเสริมสร้างความปลอดภัยให้เยอรมนี และประเทศอื่น ๆ โดยคาดว่าเยอรมนีจะใช้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นจุดแข็ง ท่าทีของเยอรมนีมีขึ้นในห้วงที่สหรัฐฯ ส่งสัญญาณจะลดบทบาทและกระตุ้นให้พันธมิตรในยุโรปให้ความสำคัญกับการปกป้องความมั่นคงของตนเอง รวมทั้งปัจจุบัน เยอรมนีกับสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ตึงเครียดขึ้นจากกรณีผู้นำเยอรมนีวิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านเชิงลบ และยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ไม่ชัดเจนทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีได้รับความเสียหายไปด้วย จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ตัดสินใจถอนทหารจำนวน 5,000 นายออกจากเยอรมนี ทั้งนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุม และย้ำให้สมาชิกเนโตปฏิบัติตามข้อตกลงเพิ่มงบประมาณสนับสนุนเนโต และวิจารณ์ว่าสมาชิกเนโตบางส่วนเชิงลบว่าไม่ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน การประชุมเนโตที่สวีเดน มีผู้แทนจากประเทศสมาชิกเข้าร่วม 32 ประเทศ จะเป็นการหารือเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประชุมสุดยอดใน 7-8 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงอังการา ตุรกี คาดว่าประเด็นสำคัญที่สมาชิกเนโตจะหารือกันอย่างต่อเนื่องก่อนถึงการประชุมดังกล่าว ได้แก่ การเพิ่มงบประมาณสนับสนุนเนโต การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การรับมือกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน…