![]()

กัมพูชาเร่งการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงการใช้เทคโนโลยี และเพิ่มความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศเพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวที่กัมพูชาต้องการให้เดินทางไปกัมพูชาช่วงนี้ คือ นักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นประเทศที่กัมพูชาใกล้ชิด โดยกำหนดให้ปี 2569 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวกัมพูชา-จีน (Cambodia-China Tourism Year 2026) โดยมาตรการหนึ่งที่ใช้คือการให้ฟรีวีซ่า จำนวน 14 วัน แต่กัมพูชาทดลองให้เพียง 4 เดือนก่อน (15 มิถุนายน-15 ตุลาคม 2569)
ขณะเดียวกัน กัมพูชาได้ปฏิเสธข่าวสารที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียจีน เมื่อ 25 พฤษภาคม 2569 ที่มีการกระจายข่าวสารว่าท่าอากาศยานระหว่างประเทศพนมเปญ และกัมพูชาคุมเข้มการเข้า-ออก บริเวณชายแดน พร้อมกับไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวอายุ 40 ปี เข้าประเทศ ทั้งนี้ กัมพูชาคาดหวังว่าโครงการนำร่องฟรีวีซ่าในช่วง 4 เดือนจะดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้เพิ่มอย่างน้อย 500,000 คน และจะมีการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้ด้วย เช่น ให้บริการตรวจคนเข้าเมืองให้เร็วขึ้นด้วยการมีช่องทางเฉพาะ หรือ Smart Gates ทั้งที่สนามบินระหว่างประเทศที่กรุงพนมเปญ และที่เสียมราษฎร์-อังกอร์
กัมพูชายังให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวในกัมพูชา และนักลงทุน เฉพาะอย่างยิ่งจากจีน รัฐบาลกัมพูชาได้มุ่งมั่นในการกวาดล้างเครือข่ายออนไลน์ และปรับปรุงกฎหมายให้เข้มแข็งตามที่มีนโยบาย Zero Online Scam Policy รวมทั้งใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น เช่น ใช้แพล็ตฟอร์มประเภทติ๊กต็อก และอินสตาแกรม รวมทั้งการรีวิวในเว็บการท่องเที่ยวระดับโลก เช่น ทริปแอดไวเวอร์ ใช้อินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติ และมีการจ้าง content creator ขณะที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวตามนโยบาย Smart Tourism and Digital Innovation นอกจากนี้ สถานศึกษากำลังเร่งผลิตบุคลากรให้มีทักษะด้านการท่องเที่ยว และการบริการ ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวของกัมพูชามีมาตรฐาน และทักษะสูง รวมทั้งทำให้เกิดการจ้างงาน
กัมพูชายังเปิดความร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคและโลก ด้วยการทำข้อตกลงด้านการท่องเที่ยวกับสหประชาชาติ เมื่อ 6 เมษายน 2569 เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการส่งเสริมมาตรฐานการท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวสีเขียว นอกจากนี้ เมื่อกลาง พฤษภาคม 2569 ร่วมมือกับธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย เรื่องการพัฒนาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วย ตามกรอบ“ASEAN Sustainable and Resilient Tourism Investment Outlook 2030” ซึ่งเป็นกลไกทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมให้อาเซียนมีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยกัมพูชาจะให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศการลงทุน การจ้างงาน การเชื่อมต่อการเดินทาง ไม่ได้มุ่งสร้างรายได้เพียงอย่างเดียว อาเซียนตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในปี 2588 อาเซียนจะเป็นผู้นำโลกที่จะมีการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูง และการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ระดับสูง ทำขับเคลื่อนการเติบโตของอาเซียน และเพิ่มโอกาสการจ้างงาน
ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 นักท่องเที่ยวไปเที่ยวจีนกัมพูชา มากเป็นอันดับ 2 ประมาณ 1.2 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 21.6 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในกัมพูชา เมื่อปี 2567 ทำสถิติสูงสุด 6.7 ล้านคน เมื่อปี 2568 มีนักท่องเที่ยว 5.57 ล้านคน ได้รายได้ประมาณ 3,870 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี เมื่อ ไตรมาส 1/ 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง จากห้วงเดียวกันของปี 2568 ถึงร้อยละ 44.8 เหลือนักท่องเที่ยว 1.01 ล้านคน โดยจีนครองอันดับ 1 รองลงมา ได้แก่ เวียดนาม สหรัฐฯ นักวิเคราะห์ระบุว่า เนื่องจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน และภาวะเศรษฐกิจ







