![]()

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียดและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในของทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากคู่ขัดแย้งพยายามบั่นทอนภาพลักษณ์ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ล่าสุดเมื่อ 3 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า กองทัพยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวนอย่างน้อย 59 เครื่อง ปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ 3 แห่ง บริเวณชนบทของเมือง St Petersburg เมืองสำคัญของรัสเซีย แม้ว่ากองทัพรัสเซียจะสามารถสกัดกั้นโดรนได้ทั้งหมดที่โจมตีในช่วงเวลากลางคืน แต่ปฏิบัติการครั้งนี้สำคัญต่อรัสเซียอย่างมาก เนื่องจากผู้นำรัสเซียกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หรือ St Petersburg Economic Forum ประจำปี 2569 (SPIEF-2026) ที่เมือง St Petersburg ระหว่าง 3-6 มิถุนายน 2569 โดยจะมีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวนมาก และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียจะร่วมการประชุมใน 5 มิถุนายน 2569
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี ผู้นำยูเครนประกาศว่ายูเครนประสบความสำเร็จในการโจมตีฐานทัพใกล้กับเมือง Kronstadt เมืองท่าสำคัญทางตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งอยู่ในทะเลบอลติก ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนย้ำว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปเพื่อย้ำเตือนนานาชาติให้คว่ำบาตรรัสเซีย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างจริงจังจะช่วยให้ยูเครนได้สันติภาพที่แท้จริง
ปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนว่ายูเครนมีขีดความสามารถในการใช้โดรนทำลายเป้าหมายในรัสเซียได้ แม้จะยังไม่สามารถส่งทหารหรือกองทัพไปยึดคืนพื้นที่ในภาคตะวันออกของยูเครนได้อย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่า ยูเครนพร้อมยกระดับการกดดันนานาชาติให้ร่วมมือในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อรัสเซียอย่างจริงจัง
กรณียูเครนพยายามโจมตีเมือง St Petersburg ทำให้รัสเซียไม่พอใจอย่างมาก และประกาศว่าจะตอบโต้ ปัจจุบัน รัสเซียใช้มาตรการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยอย่างเข้มงวด ปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตชั่วคราวบริเวณท่าอากาศยานในเมือง St Petersburg และแจ้งเตือนให้เพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่ใกล้ลัตเวียและเอสโตเนีย สำหรับการประชุม St Petersburg Economic Forum มีความสำคัญต่อรัสเซียอย่างมาก เนื่องจากเป็นเวทีประชาสัมพันธ์และดึงดูดการลงทุน ตลอดจนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจจากต่างประเทศ และในปี 2569 สหรัฐฯ จะส่งผู้แทนเข้าร่วมด้วย โดยสหรัฐฯ ส่งผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม







