![]()

กระทรวงกลาโหมจีน-รัสเซียเปิดเผยเมื่อ 29 มิถุนายน 2569 ว่า กองทัพจีน-รัสเซียเสร็จสิ้นการฝึกร่วมทางอากาศ เหนือน่านฟ้าทะเลตะวันออก และแปซิฟิกตะวันตก เมื่อ 27 มิถุนายน 2569 การฝึกร่วมครั้งนี้เป็นไปตามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ความมั่นคงของ 2 ประเทศ และจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 เน้นเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันทางอากาศทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ได้แก่ ปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นระยะเวลา 6 ชั่วโมง การช่วยเหลือและสนับสนุนระหว่างปฏิบัติการ และการเตรียมความพร้อมปฏิบัติการตอบโต้เมื่อเผชิญเหตุ โดยจีนส่งเครื่องบินรบเข้าร่วมการฝึก ได้แก่ เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น H-6K เครื่องบินรบรุ่น J-16, J-10C และ J-11B รวมทั้งเครื่องบินลาดตระเวนรุ่น KJ-500A ที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการในสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนเครื่องบินที่รัสเซียส่งเข้าร่วมการฝึก ได้แก่ เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น Tu-95 และเครื่องบินลาดตระเวนรุ่น Tu-142
กระทรวงกลาโหมจีนระบุว่าการฝึกร่วมดังกล่าวจะส่งเสริมความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค และย้ำว่าการปฏิบัติการของจีนและรัสเซียสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการทหารของจีนตั้งข้อสังเกตว่า จีนส่งเครื่องบินหลากหลายรุ่นเพื่อใช้ในการปฏิบัติการและฝึกร่วมกับกองทัพประเทศอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการและการปฏิบัติภารกิจร่วมกับต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งภารกิจลาดตระเวนร่วมที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นภารกิจที่ช่วยให้จีนได้สำรวจความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค รวบทั้งได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงของจีน ซึ่งการที่จีนส่งเครื่องบินรุ่น KJ-500A ซึ่งมีความสามารถในการแจ้งเตือน และรวบรวมข่าวกรอง ร่วมฝึกกับรัสเซีย เป็นสัญญาณว่าจีนให้ความสำคัญกับการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศอย่างมาก อาจเป็นผลจากบรรยากาศการแข่งขันอิทธิพลกับจีน และกรณีญี่ปุ่นจะขยายขีดความสามารถด้านการทหารและความมั่นคงในภูมิภาคเพิ่มขึ้นในอนาคต







