เกาหลีใต้ผ่อนคลายคำเตือนห้ามการเดินทางไปยังกัมพูชา

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ปรับคำเตือนการเดินทางไปยังต่างประเทศ ตามกฎหมาย Passport Act โดยยกเลิกคำเตือนห้ามเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดกัมปอต  จังหวัดบันเตียเมียนเจย และจังหวัดสวายเรียง หลังจากที่เคยประกาศคำเตือนระดับ 4 ห้ามเดินทางไปยังพื้นที่บางส่วนและให้ชาวเกาหลีใต้เดินทางออกจากพื้นที่ทันทีตั้งแต่ ตุลาคม 2568 เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัย ปัจจุบันปรับเป็นคำเตือนระดับ 3 เนื่องจากเกาหลีใต้ประเมินว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงดีขึ้น จำนวนอาชญากรรมที่ชาวเกาหลีใต้มีส่วนร่วมลดลงในห้วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ทำให้เกาหลีใต้พิจารณาผ่อนคลายคำเตือนการเดินทาง นอกจากกัมพูชา เกาหลีใต้ลดระดับคำเตือนการเดินทางไปยังเวเนซุเอลา แต่ขยายคำเตือนการเดินทางไปยัง 10 ประเทศ และ 12 พื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ในฟิลิปปินส์และเมียนมา เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ออกคำเตือนห้ามพลเรือนเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของกัมพูชา เนื่องจากมีรายงานว่าชาวเกาหลีใต้จำนวนมากถูกหลอกลวงไปทำงานให้เครือข่ายแสกมเมอร์ เป็นความท้าทายด้านความมั่นคงและทำให้ชาวเกาหลีใต้ตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชายกระดับการปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเป็นศูนย์กลางเครือข่ายแสกมเมอร์ เพื่อให้เกาหลีใต้ไว้วางใจ เชื่อมั่นและคงความร่วมมือกับกัมพูชา เนื่องจากเกาหลีใต้มีความสำคัญต่อกัมพูชาในฐานะประเทศที่ให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ Official Development Assistance (ODA) ที่เป็นส่วนสำคัญของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข เทคโนโลยี การศึกษาและการค้า นอกจากนี้ คำเตือนด้านการเดินทางของรัฐบาลเกาหลีใต้ในช่วงที่ผ่านมา…

รมว.กต.เมียนมาจะเข้าร่วมการประชุมกรอบอาเซียน ที่กรุงเทพฯ

สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเมียนมา ภายหลังมีการตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ เมษายน 2569 และเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอาเซียน ให้กลับสู่ระดับปกติ ล่าสุดมีรายงานเมื่อ 10 กรกฎราคม 2569 อ้างท่าทีของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม ระบุว่า นายตินหม่องซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา จะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วาระพิเศษ ที่กรุงเทพฯ ใน 12 กรกฎาคม 2569 เวียดนามมีมุมมองว่า การเข้าร่วมประชุมฯ ของนายตินหม่องซเว จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อขยายความร่วมมือและส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองในเมียนมา อย่างไรก็ตาม การประชุมดังกล่าวไม่ได้เป็นการยืนยันว่า อาเซียนจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรผู้นำเมียนมาในการประชุมสุดยอด ที่จะจัดขึ้นที่ฟิลิปปินส์ในช่วงปลายปี 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันกำหนดการดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการผลักดันของฝ่ายไทยในการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อ พฤษภาคม 2569 ขณะที่สื่อมวลชนรายงานเชิงบวกเกี่ยวกับบทบาทของไทยด้านการสนับสนุนการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียน โดยใช้ยุทธศาสตร์ 2 ด้าน ได้แก่ 1) เน้นบทบาทอาเซียน ผู้แทนพิเศษของอาเซียนประเด็นเมียนมา และกลุ่มประเทศ Troika ของอาเซียนเป็นกลไกกลางประสานงานกับเมียนมา และ 2) ส่งเสริมแนวคิด 3R คือ ภูมิภาคนิยม…

สงครามอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ อาจเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงพลังงานมากขึ้นในอนาคต แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve-SPR) มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน และสามารถผลิตน้ำมันได้เอง แต่ความขัดแย้งและการทำสงครามกับอิหร่านที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนน้ำมันและพลังงานที่ไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และเพื่อไม่สร้างแรงกดดันให้ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ปล่อยน้ำมันจากคลัง SPR แล้วบางส่วนตั้งแต่ มีนาคม 2569 เพื่อให้ชาวอเมริกันมั่นใจว่าจะมีพลังงานใช้เพียงพอ ที่สำคัญ คือ การพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับเพิ่มสูงขึ้นมากจนส่งผลกระทบต่อการอุปโภค อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า ระดับน้ำมันในคลัง SPR ของสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 319.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นลดลงเป็นปริมาณต่ำสุดตั้งแต่ปี 2526 คลังน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ สามารถเก็บน้ำมันได้ปริมาณสูงสุด 713.5 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตั้งคลังน้ำมัน SPR เมื่อปี 2518 เพื่อรับมือกับเหตุการณ์กลุ่มประเทศตะวันออกกลางระงับการส่งออกน้ำมันให้สหรัฐฯ ที่ผ่านมา สหรัฐฯ…

ยูเครนปรับยุทธวิธีโจมตีเส้นทางขนส่งสำคัญของรัสเซีย

ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซียตึงเครียดต่อเนื่อง จากปฏิบัติการทางทหารของทั้ง 2 ฝ่าย ล่าสุด มีรายงานเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ว่า ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับปฏิบัติการโจมตีเรือรัสเซียที่อยู่ระหว่างแล่นในทะเล Azov น่านน้ำใกล้บริเวณชายฝั่งไครเมีย ที่เชื่อมกับทะเลดำ โดยผู้บัญชาการกองปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับของยูเครนเปิดเผยว่าสามารถโจมตีเรือเป้าหมายได้ 25 ลำ ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่าการปฏิบัติการของยูเครนในห้วงนี้ ที่เพิ่มความรุนแรงและสามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของรัสเซีย และความเชื่อมั่นต่อผู้นำรัสเซียที่ก่อนหน้านี้ ที่ออกแถลงการณ์ว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติได้ในระยะยาว ปัจจุบัน ยูเครนปรับยุทธวิธีการโจมตีรัสเซีย ด้วยการเน้นทำลายระบบขนส่งที่สำคัญของรัสเซีย หรือปฏิบัติการ “logistics lockdown” ซึ่งในระยะแรกจะเน้นทำลายขีดความสามารถในการขนส่งของรัสเซียจากไครเมีย เช่น ท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในไครเมีย และทำลายเรือสินค้าที่ยูเครนจัดว่าเป็นกลุ่ม Shadow Fleet หรือกองเรือขนส่งสินค้าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ เนื่องจากที่ผ่านมา กองเรือกลุ่ม Shadow Fleet ลักลอบขนส่งสินค้า โดยเฉพาะพลังงาน ไปต่างประเทศ ทั้งที่รัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตร ทำให้รัฐบาลและกองทัพรัสเซียยังมีรายได้ไปเพิ่มพูนศักยภาพในการทำสงครามกับยูเครน ยูเครนเริ่มปฏิบัติการ logistics lockdown ตั้งแต่มิถุนายน 2569 โดยมีการโจมตีท่าเรือ Kerch ที่ตั้งโรงเก็บน้ำมันและพลังงาน และฐานทัพอากาศ Dzhankoi…

สหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่ : สาเหตุและผลกระทบ

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 8 กรกฎาคม 2569 ว่าข้อตกลง MoU หยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากสหรัฐฯ พบว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงดังกล่าวด้วยการโจมตีเรือจำนวน 3 ลำ ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จากนั้นกองทัพสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคก็เริ่มการโจมตีต่อเป้าหมายทางการทหารในหลายพื้นที่บริเวณภาคตะวันตกของอิหร่าน ติดกับช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีของสหรัฐฯ มุ่งโจมตีโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ Bushehr ด้วย ด้านอิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ ทันที ด้วยการใช้ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ คูเวต บาห์เรน กาตาร์ จอร์แดน และอิรัก ซึ่งขยายขอบเขตพื้นที่ปะทะไปมากกว่าการโจมตีรอบที่ผ่านมา ด้านรัฐบาลประเทศรอบอ่าวเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ข้อตกลง MoU ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มต้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2569 สาระสำคัญคือการหยุดยิงในทุกสมรภูมิ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ประเทศเจรจากันเป็นระยะเวลา 60 วัน เกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซและความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม มี 3 สาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะรอบใหม่ ได้แก่ 1)…

ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่าง รมว.กต.อาเซียนกับเมียนมา

การประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่าง รมว.กต.อาเซียนกับ รมว.กต.เมียนมา จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ใน 12 ก.ค.69 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เสริมสร้างความร่วมมือ และส่งเสริมการเจรจาเพื่อสร้างความปรองดองในเมียนมา ภายหลัง รมว.กต.อาเซียน เห็นชอบในห้วงการประชุมสุดยอด ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ เมื่อ พ.ค.69 ให้จัดการประชุมหารือกับ รมว.กต.เมียนมา ตามข้อเสนอของไทย เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมกับเมียนมา  ขณะที่ฝ่ายเมียนมาพยายามผลักดันให้อาเซียนยกเลิกข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของผู้นำเมียนมาในกรอบการประชุมระดับสูง ซึ่งมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่การรัฐประหาร เมื่อปี 2564 เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน

นรม.เกาหลีเหนือจะเยือนจีน เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 65 ปีสนธิสัญญาระหว่างกัน

สนข.KCNA ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 ว่า นายพัก แท-ซ็อง นรม.เกาหลีเหนือ ในฐานะหัวคณะผู้แทนจะเยือนจีน ระหว่าง 10-12 ก.ค.69 ตามคำเชิญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 65 ปีการลงนามสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ ความร่วมมือ และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเกาหลีเหนือกับจีน  สนธิสัญญาดังกล่าวลงนามเมื่อ 11 ก.ค.04 โดยนายคิม อิล-ซ็อง ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และนายโจว เอินไหล นรม.จีน ในขณะนั้น ปัจจุบัน เกาหลีเหนือและจีนพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือในหลายด้าน หลังเกาหลีเหนือกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียตั้งแต่ปี 2567 โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการทหารในบริบทความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน

มาเลเซียเตรียมประจำการโดรนในทุกรัฐเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

  ดาตุ๊ก ซากาเรีย ซาอาบัน ผบช.สตม.มาเลเซีย แถลงเมื่อ 10 ก.ค.69 ว่า สตม.เตรียมจัดตั้งหน่วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในทุกรัฐเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายและเพิ่มขีดความสามารถในการลาดตระเวน โดยจะเพิ่มจำนวนโดรนและผู้ควบคุมให้สอดคล้องกับความต้องการ ตลอดจนจะบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถขั้นสูง อาทิ การสร้างแผนที่พื้นที่เป้าหมาย ทั้งนี้ สตม.มาเลเซียเริ่มใช้โดรนเสริมภารกิจตั้งแต่ปี 2564 เน้นใช้ในการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองในพื้นที่เข้าถึงยาก เฝ้าระวังทางอากาศระหว่างที่ จนท.ปฏิบัติการค้นหาผู้ต้องสงสัยที่พยายามหลบหนีหรือซ่อนตัว และติดตามเป้าหมายระหว่างการบุกตรวจค้น

อิสราเอลเตือนสหรัฐฯ ว่าอิหร่านวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์

นสพ. Wall Street Journal รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 อ้างแหล่งข่าวว่า อิสราเอลส่งรายงานข่าวกรองให้สหรัฐฯ เพื่อแจ้งเตือนว่า อิหร่านวางแผนปฏิบัติการลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีกครั้ง โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของแผนดังกล่าว รวมทั้งไม่ได้ระบุว่าอิสราเอลส่งรายงานแจ้งเตือนสหรัฐฯ เมื่อใด หรือผ่านช่องทางใด   สื่อดังกล่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อิหร่านแสดงจุดยืนต่อสาธารณะมาโดยตลอดว่าจะตอบโต้ประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อแก้แค้นกรณีสหรัฐฯ ปฏิบัติการลอบสังหาร พล.ท.กอซิม สุลัยมานี อดีต ผบ. Quds Force สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เมื่อปี 2563 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรก