เทคโนโลยีชีวภาพ: อีกความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมของจีน

ไม่เพียงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence- AI)  ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ ที่จีนมุ่งมั่นพัฒนาจนเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ของโลก อีกเทคโนโลยีที่จีนมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นเป็นลำดับคือ เทคโนโลยีชีวภาพและชีวเภสัชภัณฑ์ แม้จะเป็นที่พูดถึงน้อยกว่าเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์อื่น ๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีชีวภาพมีความสำคัญต่อความมั่นคงของมนุษย์อย่างมากทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นให้ระบบอาหารและสาธารณสุข ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากภายนอก รวมถึงผลกระทบจากพิบัติภัย ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี และรองรับความพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์แม้จะเกิดภาวะหยุดชะงักทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เป็นการต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจ จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการผลิตทางชีวภาพในลำดับต้น ๆโดยกำหนดเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ 14 และต่อเนื่องในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2569-2573) ซึ่งจีนจัดให้เป็น 1 ใน 6 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (เทคโนโลยีควอนตัม การผลิตทางชีวภาพ พลังงานไฮโดรเจนและพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ส่วนต่อประสานสมองกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี Embodied AI และการสื่อสารยุค 6G) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนยุคใหม่และปูทางสำหรับการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนั้นยังบรรจุเทคโนโลยีชีวภาพเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 และแผนพัฒนา Healthy China 2030 ที่จีนตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำการผลิตยารักษาโรคด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ในระดับโลก ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่าง…

รัฐบาลเมียนมาขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ

คำกล่าวของ พล.ท.ยาเป ประธานคณะกรรมการเจรจาต่อรองเพื่อสร้างสันติภาพและความปรองดองแห่งชาติ (NSPNC) ระหว่างการประชุมทบทวนความคืบหน้ากระบวนการสันติภาพระหว่าง NSPNC กับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) ที่กรุงเนปยีดอ เมื่อ 20 ก.ค.69 ระบุความคืบหน้าของการเชิญกลุ่มต่าง ๆ เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ แนวทางดำเนินกระบวนการสันติภาพในระยะต่อไป แผนการหารือกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ลงนามใน NCA และกลุ่มที่ถอนตัวจาก NCA ตลอดจนความพยายามสร้างเอกภาพระหว่างกลุ่มผู้ลงนามเพื่อให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาประเทศ รวมถึงรายงานผลการหารือทวิภาคีกับกลุ่มที่ลงนามใน NCA และประเด็นการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2551 ขณะที่นายซอไซงิน เลขาธิการสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของกลุ่มผู้ลงนามใน NCA ระบุว่า ความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพในช่วง 100 วันแรกของรัฐบาลเป็นไปในทิศทางที่ดีมากกว่าที่คาดไว้ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการใช้การเจรจาเป็นกลไกคลี่คลายความขัดแย้ง ด้านพล.ท.มินไนง์ เลขาธิการ NSPNC ได้ชี้แจงความคืบหน้าและสถานะทางกฎหมายของ NCA รวมถึงแนวทางการดำเนินกระบวนการสันติภาพของ NSPNC ในระยะต่อไป

ทร.เวียดนามและจีน ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน

พล.น. ทร.162 ภทร.4 ของเวียดนาม นำเรือฟริเกต ชั้น Gepard 015-Tran Hung Dao เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ Xinzhou นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง จีน เมื่อ 20 ก.ค.69 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่าง ทร.ทั้งสองประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง การป้องกันประเทศและความมั่นคง การเยือนครั้งนี้ ครอบคลุมการฝึกบังคับบัญชาและการประสานงาน การใช้งานอาวุธและอุปกรณ์ทางเทคนิค และการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในทะเล  พล.น. ทร.162 จะเข้าเทียบท่าที่ฟิลิปปินส์ต่อไป ทั้งนี้ พล.น. ทร.162 ตั้งอยู่ที่อ่าวคัมรานห์ จ.คั๊ญหว่า รับผิดชอบพื้นที่ทะเลเวียดนามตะวันออก (ทะเลจีนใต้) ตอนล่าง และหมู่เกาะเจื่องซา (สแปรตลี) ตั้งแต่ จ.ดั๊กลั๊ก-จ.เลิมด่ง

ชาวอเมริกันกว่าร้อยละ 50 ใช้ AI ในการทำงาน

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของ Gallup พบว่า พนักงานชาวอเมริกันมากกว่าร้อยละ 50 ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการทำงาน  ซึ่งเพิ่มขึ้นเกินกว่าร้อยละ 50 เป็นครั้งแรก โดยร้อยละ 52 ระบุว่า ใช้ AI อย่างน้อย ปีละ 2-3 ครั้ง  เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 27 จาก 2 ปีที่ผ่านมา และใช้โมเดล AI ในการร่าง แก้ไข และค้นหาข้อมูลบ่อยที่สุด โดยร้อยละ 51 ใช้ AI สำหรับการเขียนและแก้ไข  ร้อยละ 49 ใช้ในการค้นหาหรือวิจัย และร้อยละ 39 ใช้สำหรับงานแก้ไขปัญหาทั่วไป  ทั้งนี้ 1 ใน 3 ของผู้ทำผลสำรวจระบุใช้ AI หลายครั้งต่อสัปดาห์  ร้อยละ 15 ใช้ทุกวัน และมีแนวโน้มใช้แชทบอทในการทำงาน  อีกทั้งพบว่าการทำงานที่ใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น