![]()

นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ เข้าร่วมการประชุมในกรอบอาเซียน ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ฟิลิปปินส์เป็นประธาน รวมทั้งการประชุมในกรอบ East Asia Summit (EAS) และย้ำจุดยืนว่าสหรัฐฯ สนับสนุนฟิลิปปินส์ในช่วงที่สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดขึ้น เนื่องจากเรือรบฟิลิปปินส์เผชิญหน้ากับเรือหน่วยยามชายฝั่งจีน เมื่อ 20 กรกฎาคม 2569 บริเวณสันดอนโธมัสที่ 2 หรือ Second Thomas Shoal ซึ่งฟิลิปปินส์ถือว่าอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้งฝ่ายฟิลิปปินส์และจีนไม่พอใจระหว่างกัน และเรียกตัวเอกอัครราชทูตไปประท้วง โดยฟิลิปปินส์ระบุว่าเจ้าหน้าที่หน่วยยามชายฝั่งจีนทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์จนได้รับบาดเจ็บ
ฟิลิปปินส์กับจีนเผชิญหน้ากันในพื้นที่สันดอนโธมัสที่ 2 หลายครั้ง เนื่องจากฟิลิปปินส์ประจำการกองทัพเรือ ขณะที่จีนไม่ยอมรับอำนาจอธิปไตยของฟิลิปปินส์เหนือพื้นที่พิพาทดังกล่าว
นายรูบิโอ เยือนฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คาดว่าในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมกรอบอาเซียนและ EAS จะมีประเด็นสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ความมั่นคงพลังงาน สถานการณ์ในเมียนมา สถานการณ์สงครามอิหร่านและยูเครน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจเป็นประเด็นหารือสำคัญ โดยทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า นายรูบิโอจะพบหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดการดังกล่าว
การที่นายรูบิโอเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำทิศทางการดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะหยิบยกประเด็นความมั่นคงทางพลังงานหารือกับผู้แทนของสหรัฐฯ เพื่อส่งสัญญาณว่าหลายประเทศได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ทั้งในมิติราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ความไม่แน่นอนด้านพลังงาน เส้นทางเดินเรือ เศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อสูงและปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล ดังนั้น ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะโน้มน้าวสหรัฐฯ ให้ค้ำประกันความมั่นคงพลังงาน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทาน







