![]()

อินเดียจะมีบทบาทสำคัญในโครงการพัฒนาท่าเรือซาบังในอินโดนีเซีย โดยเป็นโครงการสำคัญที่ทั้ง 2 ประเทศตกลงกันเมื่อ กรกฎาคม 2569 ว่าจะร่วมมือกัน เพื่อทำให้ท่าเรือซาบัง บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย กลายเป็นจุดส่งเสริมยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 25 สิงหาคม 2569 ให้ความสนใจกับความร่วมมือดังกล่าว เนื่องจากท่าเรือซาบัง บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ติดกับทะเลอันดามัน และอยู่ใกล้กับหมู่เกาะนิโคบาร์ในมหาสมุทรอินเดียตะวันออกของอินเดีย มีโอกาสพัฒนาเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค ดังนั้น อินเดียอาจใช้ประโยชน์จากท่าเรือพาณิชย์ดังกล่าวเพื่อประจำการเรือรบหรือหน่วยความมั่นคงที่เอื้อต่อการติดตามและสกัดกั้นการขยายอิทธิพลทางทะเลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
อินเดียแสดงความสนใจร่วมพัฒนาท่าเรือซาบังตั้งแต่ปี 2561 ผ่านเอกสารว่าด้วยความมั่นคงทางทะเล หรือ Shared Vision on Maritime Cooperation ที่ระบุถึงความสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินเรือระหว่างเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ทะเลอันดามัน กับหมู่เกาะนิโคบาร์ของอินเดีย จากนั้นอินเดียกับอินโดนีเซียมีความร่วมมือด้านการลาดตระเวนร่วมเพื่อปกป้องความมั่นคงทางทะเลมากขึ้น รวมทั้งเมื่อ กรกฎาคม 2569 อินเดีย-อินโดนีเซียบรรลุข้อตกลงในการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมและบริการซ่อมบำรุงเรือพาณิชย์ และส่งเสริมกิจกรรมด้านพลังงานระหว่างกัน
การพัฒนาท่าเรือซาบัง จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือของทั้ง 2 ประเทศ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะถูกใช้ประโยชน์ด้านการทหารและความมั่นคง เนื่องจากปัจจุบัน อินโดนีเซียพยายามเสริมภาพลักษณ์ว่าเป็นผู้นำในการพัฒนาท่าเรือดังกล่าว มีกฎระเบียบที่ชัดเจนและเข้มงวด เน้นผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งจะไม่พัฒนาท่าเรือดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอื่น ๆ ขณะที่อินเดียระมัดระวังท่าทีและเน้นย้ำว่าบทบาทของอินเดียในการพัฒนาท่าเรือซาบังจะเป็นการส่งเสริมความมั่นคงทางทะเลและเส้นทางเดินเรือที่จะเป็นประโยชน์ต่อนานาชาติ
การพัฒนาท่าเรือซาบังของอินโดนีเซียมีแนวโน้มได้รับความสนใจจากนานาชาติ เนื่องจากอาจเป็นจุดยุทธศาสตร์ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง รวมทั้งตอบโจทย์ความมั่นคงทางทะเลซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศมหาอำนาจทั้งในและนอกภูมิภาคให้ความสนใจ







