![]()

จีนมีความก้าวหน้าด้านการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้สามารถตอบสนองความต้องการของรัฐบาลและมิตรประเทศ ที่ต้องการรวบรวมและจัดทำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติได้ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีนเมื่อ 13 กันยายน 2569 เปิดเผยในกิจกรรมการประชุมและนิทรรศการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ระดับชาติครั้งที่ 28 ที่เมืองเทียนจิน ว่า สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของจีน (China Geological Survey-CGS) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบ AI จำนวน 2 ระบบที่จะช่วยสำรวจและจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรและระบบนิเวศของจีนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งระบบ AI ดังกล่าว ได้แก่ AI-GeoMapping และ AI-OreSeeking
ระบบ AI-GeoMapping และ AI-OreSeeking จะมีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ทั้งอวกาศ บนดิน และใต้น้ำ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก เพื่อจัดทำเป็นแผนที่ธรณีวิทยาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถนำไปต่อยอดในการวิจัยและวางแผนนโยบายสำหรับรัฐบาล นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญ โดย CGS ประเมินว่าทั้ง 2 ระบบมีความสามารถในการรวบรวมและจัดทำข้อมูลได้แม่นยำร้อยละ 90
ที่ผ่านมา CGS ได้ทดสอบและลองใช้ระบบดังกล่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำแผนที่ธรณีวิทยาและทรัพยากรธรรมชาติในมณฑลฟูเจี้ยน มณฑลชิงไห่ เขตปกครองตนเองซินเจียง และภูมิภาคปกครองตนเองซีชาง รวมทั้งเคยใช้ระบบ AI-GeoMapping รวบรวมข้อมูลในต่างประเทศ ตามกลไกความร่วมมือระหว่างกันด้วย เช่น สปป.ลาว โมร็อกโก และซาอุดีอาระเบีย ส่วนระบบ AI-OreSeeking เป็นระบบที่เน้นการรวบรวมข้อมูลและสำรวจเกี่ยวกับทรัพยากรแร่ธาตุ ตลอดจนวิเคราะห์และให้ข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ในการวางแผนการสำรวจต่อไป ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจดำเนินการได้เร็วขึ้น
สำหรับจุดเด่นของระบบ AI ที่พัฒนาโดยรัฐบาลจีน คือ ผู้ใช้งานสามารถปรับเลือกใช้คำสั่งที่เหมาะสมกับภารกิจหรือโครงการได้ เช่น คำสั่งระดับผู้เชี่ยวชาญ คำสั่งอัตโนมัติ หรือคำสั่งที่ให้มนุษย์ยังคงควบคุมการทำงานและการวิเคราะห์ข้อมูลของ AI อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ จีนให้ความสำคัญกับการสร้างระบบ AI ที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่ การจัดการข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากร การจัดการองค์ความรู้ การดำเนินกรรมวิธีต่อข้อมูล การคาดการณ์และประเมินผล และการสร้างต้นแบบระบบ AI เพื่อใช้งานประเภทอื่นต่อไป ทั้งนี้ การที่ CGS ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาระบบ AI เพื่อใช้สำรวจทรัพยากรธรรมชาติ สะท้อนความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และความมุ่งมั่นของจีนที่มีแนวคิดจะเผยแพร่ระบบ AI ของจีนให้เป็นที่นิยมทั่วโลก เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำโลกด้านการพัฒนาและใช้เทคโนโลยี AI
ระบบ AI-GeoMapping และ AI-OreSeeking นอกจากจะส่งเสริมให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำโมเดล AI และระบบที่ทั่วโลกอาจใช้ในการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังเอื้อต่อยุทธศาสตร์ระดับชาติของจีน ด้านการสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุและทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี อุตสาหกรรมอาวุธ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งระดับโลก เนื่องจากจีนตระหนักว่าจะเผชิญความท้าทายจากการที่นานาชาติ พยายามแยกห่วงโซ่อุปทานและการผลิตแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญจากจีน เพื่อลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจ
ข้อมูลแผนที่ธรณีวิทยาเป็นข้อมูลสำคัญอย่างมากต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งการที่รัฐบาลจีนเปลี่ยนวิธีการและกระบวนการสำรวจและจัดทำข้อมูลธรณีวิทยา ด้วยการใช้ระบบและเทคโนโลยี AI แทนที่วิธีการพึ่งพาเฉพาะ “ผู้เชี่ยวชาญ” ซึ่งเป็น “มนุษย์” นั้น นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของจีน เนื่องจากรัฐบาลจีนอาจมีมุมมองว่า “มนุษย์” อาจรวบรวมข้อมูลได้ไม่แม่นยำ ไม่รวดเร็ว หรืออาจเสี่ยงมีข้อจำกัดหรืออคติในการวิเคราะห์ข้อมูล เพราะถูกแทรกแซงจากชาวต่างชาติหรือคู่แข่งของจีนที่ไม่ต้องการให้จีนเป็นผู้นำโลกด้านทรัพยากรธรรมชาติและ AI
พัฒนาการของจีนเป็นตัวอย่างที่ย้ำชัดเจนว่า รัฐบาลจีนพร้อมใช้ระบบ AI เพื่อพัฒนาความมั่นคงในประเทศในทุกมิติ โดยใช้ประโยชน์จากความสามารถของ AI อย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นระบบที่มีคุณลักษณะเป็นเครือข่ายเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงการทำงานในทุกขั้นตอน (Full-Process Intelligent Ecosystem) เท่ากับว่าระบบนี้จะสำรวจ วิเคราะห์ และประเมินข้อมูลสำคัญให้รัฐบาลจีนได้ ขณะเดียวกันก็ป้องกันจุดอ่อนด้านข้อมูลรั่วไหลหรือถูกบิดเบือนจากความคิดเห็นของมนุษย์ และเป็นโอกาสให้จีนได้พัฒนาโมเดลการทำงานของ AI ให้ได้รับการยอมรับจากประเทศอื่น ๆ







