ยุทธศาสตร์ไซเบอร์ของ FBI มุ่งดำเนินการเชิงรุก

สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Investigation Bureau) หรือ FBI ของสหรัฐฯ เผยแพร่ยุทธศาสตร์ไซเบอร์ หรือ Cyber Strategy เมื่อ 9 กันยายน 2569   FBI ต้องการให้ยุทธศาสตร์ฉบับนี้เป็นแนวทางเชิงรุกของสหรัฐฯ ในการเผชิญหน้ากับอาชญากรรมทางไซเบอร์  มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ( ransomware) แฮกเกอร์ที่รัฐให้การสนับสนุน และศัตรูในโลกไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ โดยการเผชิญหน้าต่อศัตรูบนโลกไซเบอร์สหรัฐฯ จะดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น และจะไม่รอให้สหรัฐฯ ได้รับความเสียหายก่อนแล้วค่อยตามหาร่องรอยและทำการซ่อมแซมระบบ ยุทธศาสตร์ไซเบอร์ฉบับนี้ยังมีเป้าหมายที่ต้องการตามหาศัตรูของสหรัฐฯ บนโลกไซเบอร์ และขัดขวางการปฏิบัติการก่อนที่จะทำความเสียหายต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน และระบบไซเบอร์ในทุกหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น นอกจากนี้ หากโลกไซเบอร์ ชาวอเมริกัน หรือเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ทุกรุกราน ผู้ที่รุกรานนั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่รัฐต่างชาติให้การสนับสนุน (นัยคือจีน และอิหร่าน) ต้องได้รับผลตอบแทน และเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง แนวทาง 4 แนวทางที่ยุทธศาสตร์ไซเบอร์ฉบับนี้ ระบุไว้ก็คือ ขัดขวางการรุกเข้ามาของศัตรู ดำเนินการสอบสวน รวบรวมหลักฐาน และข่าวกรอง รวมทั้งแยกแยะเป้าหมายที่มีศักยภาพในอนาคตได้ ซึ่งย้ำว่าการดำเนินการ 4 แนวทางนี้แบบเป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง…

ผู้นำสูงสุดเวียดนามและภริยา รับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม พร้อมภริยา ถวายพิธีรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี อย่างเป็นทางการ  เมื่อ 15 ก.ย.69 ณ บริเวณโถงกลาง อาคารสภาแห่งชาติ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้นำสูงสุดเวียดนาม และมีพระราชดำรัสเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะยิ่งแนบแน่น และมีความร่วมมือระหว่างกันอย่างยั่งยืนรอบด้าน ทั้งการศึกษา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว คมนาคมการเชื่อมต่อ และอื่น ๆ ขณะที่ผู้นำเวียดนามกราบบังคมทูลว่า การเสด็จฯ เยือนครั้งนี้ยิ่งสะท้อนความสัมพันธ์การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างกัน และเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะส่งเสริมการพัฒนาอย่างก้าวหน้าเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค

ไทยเผชิญความเสี่ยงจากปริมาณก๊าซธรรมชาติภายในประเทศที่ลดลง

Reuters ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีผู้แทนบริษัท ปตท.สผ.กล่าวในงาน Gastech เมื่อ 16 ก.ย. 69 ว่า ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ปรับตัวขึ้น 3 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 100 บาท) ต่อ 1 MMBtu อาจทำให้ค่าไฟฟ้าของไทยสูงขึ้นร้อยละ 5 เนื่องจากไทยพึ่งพา LNG ในการผลิตไฟฟ้ากว่าร้อยละ 30 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ไทยจึงพยายามรักษาศักยภาพในการผลิตก๊าซธรรมชาติภายในประเทศให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก BMI Research ในเครือ Fitch Solutions ประเมินว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติในไทย เช่น แหล่งเอราวัณ แหล่งบงกช หรือแหล่งอื่น ๆ ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA) กำลังเข้าสู่ระยะอิ่มตัวและเผชิญกับภาวะปริมาณสำรองลดลง แม้ยังมีโอกาสจากโครงการสำรวจแหล่งพลังงานใหม่ แต่ยังไม่มีการยืนยันการค้นพบที่ชัดเจน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการขนส่งก๊าซผ่านท่อที่ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้แนวโน้มในภาพรวมยังคงเป็นการลดลงของอุปทานในประเทศ

กองทัพมาเลเซียตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้งกองทัพไซเบอร์

พล.อ.ดาตุ๊ก มาเล็ก ราซัก ซูไลมาน ผบ.ทสส.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 17 ก.ย.69 ว่า กองทัพมาเลเซียจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ Cyber Force Nucleus Team เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการวางแผน ประสานงาน เตรียมความพร้อมและพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งกองทัพไซเบอร์ (Cyber Force) เป็นกองทัพที่ 4 นอกเหนือจาก ทบ. ทอ. และ ทร. และเริ่มปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2573 โดยกองทัพมาเลเซียยังคงมุ่งมั่นพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านกิจกรรมทางไซเบอร์และแม่เหล็กไฟฟ้า (Cyber and Electromagnetic Activities-CEMA) อย่างต่อเนื่อง เช่น การฝึกซ้อมรบ Camar Kilat ชุดที่ 2/2569 ห้วง 13-17 ก.ค.69 ซึ่งมีการฝึกซ้อมรบด้านไซเบอร์ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดการคลื่นความถี่ รวมถึงการจัดฝึกอบรบหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

บริษัท Telenor ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าละเมิดมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมา

สนข. DVB News รายงานเมื่อ 16 ก.ย.69 ว่า บริษัท Telenor ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ ได้รับแจ้งข้อกล่าวหาต้องสงสัยว่าละเมิดกฎระเบียบการคว่ำบาตรและให้ความช่วยเหลือ สมรู้ร่วมคิด หรือสนับสนุนอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเมียนมาที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานในเมียนมาภายหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2564 จนกระทั่งบริษัทถอนตัวออกจากเมียนมาและขายกิจการให้กับบริษัทเลบานอน M1 Group เมื่อ มี.ค.65 โดยขณะนี้ตำรวจนอร์เวย์ได้เริ่มการสอบสวนแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดถูกสงสัยว่าเป็นผู้กระทำผิดโดยตรง ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่สอบสวน และได้มีการพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับอัยการนอร์เวย์ รวมถึงได้ส่งเอกสารและข้อมูลให้แก่เจ้าหน้าที่แล้ว หลังจากตำรวจนอร์เวย์เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของบริษัท Telenor ในเมืองฟอร์เนบู นอร์เวย์ เมื่อ 15 ก.ย.69 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ทำการยื่นฟ้องดำเนินคดี

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่พอใจต่อกรณีสหภาพยุโรปเชิญแคนาดาเข้าเป็นสมาชิกสมทบ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่พอใจต่อกรณีสหภาพยุโรป (EU) และแคนาดา กระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น หลังนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เสนอให้แคนาดาเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมทบของ EU ในการแถลงนโยบายประจำปีของ EU ที่เมืองสตราสบูร์ก ฝรั่งเศส เมื่อ 16 ก.ย.69  โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐฯ และอาจเสี่ยงให้ EU ต้องเผชิญกับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในระดับที่รุนแรงมากขึ้น ตลอดจนการยุติการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ EU   อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะและเงื่อนไขการเข้าเป็นสมาชิกสมทบ EU ของแคนาดา เนื่องจากไม่เคยมีการกำหนดกรอบเนื้อหาและพื้นฐานทางกฎหมายเกี่ยวกับสมาชิกสมทบของ EU มาก่อน

ทะเล : พื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ที่นับวันจะยิ่งเผชิญความท้าทาย

ข่าวสารกรณีพิพาทระหว่างคู่ขัดแย้งเหนือน่านน้ำและหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ที่ยืดเยื้อยาวนานและไม่มีทีท่าจะสิ้นสุด กับทั้งบางครั้งกลายเป็นทะเลเดือดจากการเผชิญหน้าทางทหาร  ดังนั้น การปะทะระหว่างหน่วยยามฝั่งกับเรือพลเรือน รวมถึงความเคลื่อนไหวทางทหารของประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคเหนือน่านน้ำดังกล่าว ย้ำเตือนถึงความสำคัญของทะเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตและอธิปไตยของรัฐที่ต้องปกป้อง และมีความสำคัญมากขึ้นในเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ในฐานะที่เป็นเส้นทางขนส่งและจุดเชื่อมโยงในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมจากการเป็นแหล่งทรัพยากรทั้งประมง แร่ธาตุ และพลังงาน ……..สิ่งเหล่านี้เป็นการยืนยันถึงความสำคัญของทะเลที่นับวันจะเพิ่มขึ้นและจะเผชิญความท้าทายมากขึ้นจาก สถานการณ์ระหว่างประเทศ ทั้งในยามสงบและยามสงคราม …….เมื่อทะเลเป็นเครื่องมือในการต่อรองและบั่นทอนความมั่นคงปลอดภัยเช่นที่เกิดขึ้นในทะเลดำและช่องแคบฮอร์มุซ การบุกดินแดนยูเครนของรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ กว่า 4 ปี ไม่เพียงกระทบต่อความมั่นคงของดินแดนบนบก แต่พื้นน้ำในทะเลดำก็ได้รับผลกระทบจนเคยถึงระดับการขาดแคลนธัญพืชอยู่ช่วงระยะเลาหนึ่ง เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและเส้นทางขนส่งสินค้าส่งออกของทั้งสองประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งข้าวสาลีและธัญพืช ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีมากที่สุดในโลกประมาณ 41  ล้านตัน ส่วนยูเครนส่งออกมากเป็นลำดับที่ 6 ของโลกเมื่อปี 2568 รวมถึงน้ำมันที่เป็นสินค้าออกสำคัญของรัสเซีย ส่วนการมุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานเช่น ท่าเรือ คลังสินค้าขาออก และเส้นทางขนส่งสินค้าในทะเลดำ เพื่อตอบโต้กัน ทำให้ปริมาณการส่งออกของทั้งสองประเทศลดลง โดยการส่งออกข้าวสาลีและธัญพืชผ่านเส้นทางทะเลดำของรัสเซียลดลงต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ขณะที่การโจมตีของรัสเซียต่อเรือขนส่งสินค้าของยูเครนในทะเลดำก็ทำให้ยูเครนส่งออกธัญพืชได้น้อยลงไม่ต่างกัน นอกจากนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อปลายกุมภาพันธ์ 2569 และต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ทะเลจะเผชิญความท้าทายมากขึ้นจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการเป็นอีกสมรภูมิของการสู้รบเมื่อเกิดความขัดแย้ง รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งยังเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาอาหารโลกปรับสูงขึ้น ส่วนความเสียหายทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ก็เกิดขึ้นทั่วโลกจากการสกัดกั้นการเดินเรือและการใช้กำลังทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซที่เกิดขึ้นมานานหลายเดือน หลักเสรีภาพในการเดินเรือและกฎหมายระหว่างประเทศ…