สหรัฐฯ อนุญาตให้ผู้แทนอิหร่าน เข้าร่วมการประชุม UNGA

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 17 กันยายน 2569 ชี้แจงกรณีสหรัฐฯ อนุญาตให้ผู้แทนอิหร่านเดินทางไปยังสหรัฐฯ ระหว่าง 18-28 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ระดับสูง (High Level Week) ครั้งที่ 81 ที่นครนิวเยอร์ก แม้ว่าสหรัฐฯ -อิหร่านจะยังคงทำสงครามระหว่างกันในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้แทนของอิหร่านจะได้รับวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าร่วมการประชุม แต่จะยังคงอยู่ภายใต้มมาตรการจำกัดการเดินทางอย่างเข้มงวด ตลอดจนห้ามซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ สำหรับผู้แทนอิหร่านที่คาดว่าจะเดินทางไปร่วมการประชุม ได้แก่ ประธานาธิบดีอิหร่าน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โดยจะมีคณะติดตามจำนวนน้อยกว่าเมื่อปี 2568 มาตรการของสหรัฐฯ ยกระดับจากมาตรการที่ใช้กับผู้แทนของอิหร่านที่เดินทางเข้าร่วมการประชุม UNGA เมื่อปี 2568 ที่จำกัดการเดินทาง แต่ยังอนุญาตให้ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยจากสหรัฐฯ เครื่องประดับ และรถยนต์ ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิด โดยในปี 2569 สหรัฐฯ จะไม่อนุญาตการซื้อสินค้าทุกประเภท โดยให้เหตุผลว่าประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากยังเผชิญความยากลำบากการสงครามและภาวะเงินเฟ้อในประเทศ ดังนั้น ชนชั้นสูงหรือกลุ่มผู้แทนประเทศจากอิหร่านที่อยู่เบื้องหลังนโยบายทำสงครามกับสหรัฐฯ ก็ไม่ควรจะได้รับความสะดวกสบาย นอกจากนี้ มีรายงานว่าสหรัฐฯ ไม่ให้วีซ่าแก่ประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส…

อินเดียคัดค้านสหรัฐฯ กรณีใช้ภาษีเป็นเครื่องมือกดดันต่างประเทศ

อินเดียแสดงท่าทีปกป้องผลประโยชน์ของชาติจากมาตรการและนโยบายของประเทศมหาอำนาจ โดยเมื่อ 17 กันยายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียแถลงว่าอินเดียไม่เห็นด้วยกับกรณีฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ อนุมัติกฎหมายให้ผู้นำรัฐบาลสหรัฐฯ มีอำนาจสั่งการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าต่อประเทศที่ยังคงซื้อ-ขายน้ำมันและพลังงานจากรัสเซีย และรัฐบาลอินเดียพร้อมจะดำเนินการทุกวิธีการเพื่อปกป้องความมั่นคงพลังงานของชาติและประชาชน พร้อมกันนี้ อินเดียเตือนสหรัฐฯ ว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งความมั่นคงพลังงานระดับโลก ก่อนหน้านี้ อินเดียได้พยายามหารือกับสหรัฐฯ ประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะอินเดียซื้อ-ขายพลังงานจากรัสเซีย แม้ว่าจะถูกวิจารณ์เชิงลบว่ามีส่วนร่วมในการสนับสนุนรัสเซียทำสงครามในยูเครน ท่าทีของอินเดียมีขึ้นทันที หลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 86 ต่อ 12 เสียงผ่านร่างกฎหมาย Lindsey O Graham Sanctioning Russia Act of 2026 ที่มีผลให้ผู้นำสหรัฐฯ ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพิ่มอัตราภาษีร้อยละ 100 เพื่อลงโทษประเทศที่มีหลักฐานว่าซื้อ-ขายพลังงานกับรัสเซีย หลังจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะลงมติร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อเสนอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อไป คาดว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะเห็นชอบ เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้จัดทำโดยนาย Lindsey O…

อียิปต์เสี่ยงเผชิญวิกฤตคลองสุเอซ เร่งหารือซาอุดีอาระเบียเสริมความมั่นคงในทะเลแดง

ความขัดแย้งและการปะทะระหว่างกลุ่มฮูษีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบียที่ตึงเครียดขึ้นในห้วงต้น กันยายน 2569 ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความปลอดภัยในทะเลแดง เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะเส้นทางเดินเรือในช่องแคบ Bab al-Mandeb ที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงกับทะเลอาหรับ หรือเป็นทางเชื่อมภูมิภาคตะวันออกกลางกับทั่วโลก เหตุการณ์ปัจจุบันทำให้อียิปต์ได้รับผลกระทบและเผชิญความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นประเทศที่พึ่งพาเส้นทางเดินเรือในช่องแคบ Bab al-Mandeb เชื่อมกับคลองสุเอซ อียิปต์จึงเร่งใช้กลไกการทูตลดระดับความไม่แน่นอนและความตึงเครียดในภูมิภาค โดยประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัสซีซีเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อ 15 กันยายน 2569 เพื่อพบหารือกับผู้นำของซาอุดีอาระเบียที่กรุงไคโร อียิปต์ ผู้นำอียิปต์ใช้การเยือนดังกล่าวกระชับความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย พร้อมกับสนับสนุนให้ซาอุดีอาระเบียแก้ไขปัญหาความมั่นคงในเยเมนด้วยเครื่องมือทางการเมือง แทนที่เครื่องมือทางการทหารหรือการสู้รบกับกลุ่มฮูษีในเยเมนโดยตรง เพราะมีความเสี่ยงทำให้กลุ่มฮูษีในเยเมนก่อเหตุรุนแรงที่คาดการณ์และป้องกันได้ยากมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้นำซาอุดีอาระเบียอาจไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีและยุทธวิธีปราบปรามกลุ่มฮูษีในเยเมน เนื่องจากไม่พอใจอย่างมากกรณีกลุ่มฮูษีโจมตีและยึดเมือง Mocha ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของเยเมนได้เมื่อต้น กันยายน 2569 ทำให้เรือขนส่งสินค้าของซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าหมายโจมตีบ่อยครั้ง ความไม่มั่นคงปลอดภัยในทะเลแดงจากภาวะสงครามที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลทำให้จำนวนเรือขนส่งสินค้าผ่านทะเลแดงและคลองสุเอซ ลดลงอย่างมาก อียิปต์จึงวิตกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะซ้ำรอยวิกฤตคลองสุเอซเมื่อปี 2566-2567 ที่เป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูษีกับรัฐบาลเยเมน ที่มีซาอุดีอาระเบียสนับสนุนเช่นกัน โดยครั้งนั้นอียิปต์สูญเสียรายได้ประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้อียิปต์พยายามเพิ่มพูนบรรยากาศความมั่นคงในทะเลแดง แต่ยังไม่ส่งกองทัพเข้าร่วมความขัดแย้งในพื้นที่ ขณะที่ทิศทางความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูษีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ มีความเสี่ยงกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ หากกลุ่มฮูษีใช้ “เครือข่ายกองกำลัง” ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคเพื่อบั่นทอนความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ หรือมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเศรษฐกิจที่สำคัญของซาอุดีอาระเบียอีก…

สหภาพยุโรปวางแผนควบคุมอายุผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์

สหภาพยุโรป (EU) เตรียมพิจารณาแผนควบคุมการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี รวมทั้งจะออกมาตรการจำกัดการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลบางประเภทแก่เยาวชนส่วนใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบของประเทศสมาชิก EU จำนวนมากที่เริ่มประกาศใช้มาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในประชากรกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่น เช่น ฝรั่งเศส นาง Ursula von der Leyen ประธานกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ระบุเมื่อ 17 กันยายน 2569 ถึงตัวอย่างมาตรการดังกล่าว เช่น ห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 13 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี เปิดบัญชีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม EU อาจผ่อนปรนให้ผู้ที่มีอายุระหว่าง 13-14 ปี เปิดบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ได้ภายใต้การควบคุมและข้อจำกัด เช่น บัญชีดังกล่าวจะใช้งานได้ระยะเวลา 1 ชั่วโมง/วัน ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ไม่วิตกกังวลกับแผนการของ EU เนื่องจากปัจจุบันส่วนใหญ่มีมาตรการห้ามผู้ใช้งานอายุต่ำกว่า 13 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยโลกออนไลน์ยังวิตกว่ามาตรการของผู้ให้บริการอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันเยาวชนจากภัยคุกคามจากสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งไม่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ดังนั้น EU อาจผลักดันกฎหมายคุ้มครองเยาวชนจากสื่อสังคมออนไลน์ฉบับใหม่ หรือ…

รัฐบาลญี่ปุ่นปรับ ครม. หลังคะแนนนิยมตกต่ำต่อเนื่อง

รัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อ 18 กันยายน 2569 ประกาศคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาคะแนนนิยมและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลตกต่ำต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 44.1 ลดลงจากคะแนนนิยมเมื่อ สิงหาคม 2569 ประมาณร้อยละ 4 ขณะที่ผลสำรวจความเชื่อมั่นในคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นก็ลดลงเช่นกัน ทำให้นายกรัฐมนตรีทาคาอิชิ ซานาเอะ ผู้นำรัฐบาลตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อ 17 กันยายน 2569 โดยยังคงรัฐมนตรีที่สำคัญชุดเดิมไว้ส่วนใหญ่ เช่น นายโทชิมิตสึ โมเทกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายมินารุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนางซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การปรับคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นครั้งนี้ เพื่อเสริมเสถียรภาพของรัฐบาล โดยยังคงบุคคลใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรีไว้ในกระทรวงส่วนใหญ่ สำหรับการเปลี่ยนแปลง คือ การเปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกระทรวงความมั่นคงภายในประเทศ เช่น นาย Hisayuki Fujii เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสาร นายทาคาชิ ยามาชิตะ รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายโกโซ โฮโซโนะ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการสำนักงานการบูรณะ นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีใหม่จำนวน 5 คน ที่มาจากผู้ดำรงตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ…

อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีความเหมาะสม

  Reuters ของสหราชอาณาจักรสัมภาษณ์นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ว่า ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ร้อยละ 1 เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราต่ำที่สุดในโลกและเป็นอัตราที่ผ่อนคลายอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจไทยยังค่อนข้างอ่อนแอ และไทยต้องมีนโยบายที่เอื้อต่อการแข่งขันเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ธปท.ไม่ปิดโอกาสหากมีความจำเป็นหรือสัญญาณที่ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังแสดงความเห็นต่อกรณีธนาคารกลางของสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในรอบ 3 ปี ว่า เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว แต่ไทยยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นตาม และเห็นว่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลดีต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจโดยรวม ตราบใดที่ค่าเงินไม่มีความผันผวนมากเกินไป

ผู้นำสูงสุดเวียดนาจะเยือนสหรัฐฯ เพื่อร่วมการประชุม UNGA ครั้งที่ 81

พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม จะนำคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงเดินทางเยือนต่างประเทศระหว่าง 20-25 ก.ย.69 โดยจะเยือน นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ก่อนเยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนาง Louise Arbour ผู้สำเร็จราชการและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งแคนาดา

นรม.ญี่ปุ่นจะพบหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 22 ก.ย.69

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจพบหารือกันใน 22 ก.ย.69 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยญี่ปุ่นคาดหวังที่จะปรับท่าทีของญี่ปุ่นให้สอดคล้องกับท่าทีของสหรัฐฯ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจีน ก่อนที่ประธานาธืบดีทรัมป์จะพบหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่สหรัฐฯ ใน 24 ก.ย.69 ขณะที่สื่อมวลชนและสาธารณชนให้ความสนใจว่านางทาคาอิจิจะแสดงท่าทีคัดค้านต่อประธานาธิบดีทรัมป์กรณีสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อนางอากาเนะ โทโมโกะ ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) หรือไม่ ทั้งนี้ นางทาคาอิจิจะเยือนนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เพื่อปาฐกถาในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA)

รัสเซียวิจารณ์รัฐบัญญัติคว่ำบาตรฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อรัสเซีย

โฆษกสำนักประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงเมื่อ 17 ก.ย.69 ต่อกรณีสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านรัฐบัญญัติกดดันรัสเซียฉบับใหม่ ซึ่งมีสาระสำคัญได้แก่ 1) สหรัฐฯ จะคว่ำบาตร จนท.รัสเซีย เครือข่ายการเงิน และกองเรือเงา (shadow fleet) ที่รัสเซียใช้หลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร 2) สหรัฐฯ สามารถเก็บภาษีนำเข้าได้สูงสุดที่ร้อยละ 100 ต่อประเทศที่นำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด 5 ลำดับแรก แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่ได้ลงนามประกาศใช้  อย่างไรก็ดี รัสเซียไม่พอใจการกระทำของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และโดยเห็นว่าเป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อรัสเซีย นอกจากนี้ ยังเตือนว่าหากรัฐบัญญัติคว่ำบาตรรัสเซียฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อความคืบหน้าในการเจรจายุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน

สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน

กค.สหรัฐฯ  ระบุเมื่อ 17 ก.ย.69 ว่า สนง.ควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของสหรัฐฯ (OFAC) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรภายใต้ปฏิบัติการ Operation Economic Outcast ขึ้นบัญชีบุคคลและนิติบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกด้านการจัดหาเงินทุน ฟอกเงิน และแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแก่รัฐบาลอิหร่าน รวมถึง กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ประกอบด้วย 1) บริษัท BitBank 2) บริษัท Pishtaz Simorgh Electronic Trade Company (Pishtaz Simorgh) และ 3) เครือข่ายบริหารงานของนาย Zanjani