![]()

อินเดียแสดงท่าทีปกป้องผลประโยชน์ของชาติจากมาตรการและนโยบายของประเทศมหาอำนาจ โดยเมื่อ 17 กันยายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียแถลงว่าอินเดียไม่เห็นด้วยกับกรณีฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ อนุมัติกฎหมายให้ผู้นำรัฐบาลสหรัฐฯ มีอำนาจสั่งการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าต่อประเทศที่ยังคงซื้อ-ขายน้ำมันและพลังงานจากรัสเซีย และรัฐบาลอินเดียพร้อมจะดำเนินการทุกวิธีการเพื่อปกป้องความมั่นคงพลังงานของชาติและประชาชน พร้อมกันนี้ อินเดียเตือนสหรัฐฯ ว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งความมั่นคงพลังงานระดับโลก ก่อนหน้านี้ อินเดียได้พยายามหารือกับสหรัฐฯ ประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะอินเดียซื้อ-ขายพลังงานจากรัสเซีย แม้ว่าจะถูกวิจารณ์เชิงลบว่ามีส่วนร่วมในการสนับสนุนรัสเซียทำสงครามในยูเครน
ท่าทีของอินเดียมีขึ้นทันที หลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 86 ต่อ 12 เสียงผ่านร่างกฎหมาย Lindsey O Graham Sanctioning Russia Act of 2026 ที่มีผลให้ผู้นำสหรัฐฯ ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพิ่มอัตราภาษีร้อยละ 100 เพื่อลงโทษประเทศที่มีหลักฐานว่าซื้อ-ขายพลังงานกับรัสเซีย หลังจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะลงมติร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อเสนอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อไป คาดว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะเห็นชอบ เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้จัดทำโดยนาย Lindsey O Graham อดีตนักการเมืองคนสำคัญของพรรครีพับลิกัน และอาจเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ในการใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรองให้รัสเซีย เข้าสู่การเจรจากับยูเครน หรือกดดันให้นานาชาติร่วมมือกับสหรัฐฯ มากขึ้น
อินเดียมีแนวโน้มจะใช้ช่วงเวลาก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะลงมติร่างกฎหมายดังกล่าว เร่งจัดการหารือ หรือเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อให้ข้อมูลและโน้มน้าวฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ให้ทบทวนหรือยกเลิกกฎหมายนี้ เพราะจะไม่เป็นผลดีต่ออินเดียที่เป็น 1 ในประเทศที่ซื้อและนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมากที่สุดในโลก หรือมีการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียประมาณร้อยละ 52 จากการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งมีแนวโน้มจะนำเข้าเพิ่มขึ้น เพื่อสะสมคลังน้ำมันสำรองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ







