![]()

ความตึงเครียดจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อต้นปี 2569 ต้องการยึดครองกรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ เพื่อเสริมความมั่นคง และมีนัยคือป้องกันการรุกรานจากรัสเซีย ทำให้เดนมาร์ก ประเทศสหภาพยุโรป (EU) รวมทั้งสมาชิกเนโต (NATO) ไม่พอใจและวิตกว่าผู้นำสหรัฐฯ ใช้อำนาจเกินขอบเขต อย่างไรก็ตาม เมื่อ 23 กันยายน 2569 สหรัฐฯ-เดนมาร์ก ใช้กลไกความร่วมมือแก้ไขปัญหาความตึงเครียดดังกล่าว ด้วยการทำข้อตกลงทวิภาคี โดยเดนมาร์กและกรีนแลนด์อนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าไปใช้ฐานทัพ Pituffik Space Base ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ รวมทั้งอนุญาตให้สหรัฐฯ เข้าไปตั้งฐานทัพในพื้นที่เมือง Narsarsuaq ทางตอนใต้และเมือง Mestersvig ทางตะวันออกของกรีนแลนด์
ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทียินดีกับข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าจะเป็นผลดีกับกรีนแลนด์ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ทั้งนี้ ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-เดนมาร์ก จะมีผลให้สหรัฐฯ ขยายบทบาทด้านการทหารในพื้นที่กรีนแลนด์ได้มากขึ้น เพราะอนุญาตให้เครื่องบินสหรัฐฯ ปฏิบัติการเหนือน่านฟ้า รวมทั้งปฏิบัติภารกิจใต้ทะเลในน่านน้ำของกรีนแลนด์ได้ นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการอนุญาตให้ประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สมาขิกเนโต เข้าไปใช้ฐานทัพหรือตั้งฐานทัพในกรีนแลนด์ แต่กรีนแลนด์จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของเดนมาร์ก
นายกรัฐมนตรี Jens-Frederik Nielsen ของกรีนแลนด์ แสดงท่าทีเชิงบวกต่อข้อตกลงและความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการเจรจา 3 ฝ่ายอย่างเข้มข้น โดยระบุว่า ข้อตกลงนี้เป็นชัยชนะของทุกฝ่าย หลังจากที่เดนมาร์กและกรีนแลนด์เผชิญคำข่มขู่คุกคามจากประธานาธิบดีทรัมป์หลายครั้ง ดังนั้น การทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของกรีนแลนด์ จะเป็นผลดีทั้งต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี และบรรยากาศความมั่นคงในยุโรป
ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-เดนมาร์ก ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด นอกจากนี้ หากกรีนแลนด์เป็นอิสระจากเดนมาร์ก ก็ยังต้องปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้ด้วย คาดว่า การทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-เดนมาร์กครั้งนี้เป็นไปเพื่อชะลอไม่ให้ประเทศนอกภูมิภาค โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย เข้าไปขยายอิทธิพลและบทบาทในกรีนแลนด์ ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในยุโรปเหนือ รวมทั้งภูมิภาคอาร์กติก ที่มีแนวโน้มจะเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญในอนาคต







