![]()

นักวิเคราะห์คาดการณ์สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเมียนมาว่า รัฐบาลจะปล่อยตัวนักโทษและนักโทษการเมืองมากขึ้นในปี 2569 เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้นานาชาติเห็นว่า เมียนมาเคารพเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน จะได้เป็นผลดีต่อการเลือกตั้งในเมียนมา ซึ่งเมื่อ 4 มกราคม 2569 รัฐบาลเมียนมาฉลองโอกาสวันอิสรภาพ หรือ Independence Day ครั้งที่ 78 ด้วยการปล่อยตัวนักโทษจำนวน 6,134 คน ออกจากเรือนจำ รวมทั้งปล่อยตัวนักโทษชาวต่างชาติจำนวน 52 คนด้วย เพื่อเฉลิมฉลองและสะท้อนว่ารัฐบาลเมียนมาให้ความเคารพในเสรีภาพของมนุษย์
การปล่อยตัวนักโทษในวันสำคัญทางการเมืองของเมียนมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานานหลายปี ซึ่งเมื่อ พฤศจิกายน 2568 เมียนมาได้ปล่อยตัวนักโทษจำนวนมากกว่า 3,000 คน เพื่อฉลองก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ ธันวาคม 2568 แต่ยังคงควบคุมตัวนักโทษการเมืองคนสำคัญ ได้แก่ อองซานซูจี อดีตผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่เป็นสัญลักษณ์ของการส่งเสริมประชาธิปไตยในเมียนมา
ส่วนพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Party – USDP) ที่กองทัพเมียนมาสนับสนุนจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และได้เป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลใน มีนาคม 2569 โดยในการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา ระยะที่ 1 เมื่อ 28 ธันวาคม 2568 ก็ได้คะแนนนิยมสูงสุด ขณะที่จีนได้รับรองกระบวนการเลือกตั้งในเมียนมา ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าพร้อมสนับสนุนเมียนมาให้ยุติความรุนแรงและความขัดแย้งทางการเมือง แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะรับรองผลการเลือกตั้งในเมียนมาหรือไม่ เพราะมีความเป็นไปได้สูงมากว่า หลังจากจัดการเลือกตั้งสำเร็จ อีก 2 รอบ ความขัดแย้งและการปะทะทางทหารระหว่างกองทัพเมียนมากับชนกลุ่มน้อย รวมทั้งกลุ่มต่อต้านรัฐบาลจะยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ต่อไป
บทบาทของกลุ่มพันธมิตรต่อต้านรัฐบาลเมียนมาที่น่าจับตามอง มีอย่างน้อย 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG ที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศและสนับสนุนกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ให้โจมตีกองทัพเมียนมาเป็นระยะ ๆ 2) กลุ่ม Spring Revolution Alliance ที่เป็นการรวมตัวของกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมาจำนวน 19 กลุ่ม มีแนวโน้มจะมีกำลังพลและยุทธวิธีที่เข้มแข็งในการปฏิบัติการในพื้นที่ภาคกลางของเมียนมา โดยกลุ่มที่อยู่ใน SRA เช่น กลุ่มกะเหรี่ยง KNDF กองทัพปลดปล่อยประชาชนพม่า BPLA กลุ่ม Student Armed Force และกลุ่มภราดรภาพชิน หรือ Chin Brotherhood และ 3) กลุ่มพันธมิตรชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ที่เป็นกลุ่มใหญ่ระดับ “The Big Beasts” หรือการร่วมปฏิบัติทางทหาร โดยเฉพาะ Three Brotherhood Alliance หรือ United Wa State Army (UWSA) ทั้ง 3 กลุ่มนี้ยังคงมีความมุ่งหมายที่จะขัดขวางกองทัพเมียนมา ไม่ให้มีบทบาททางการเมือง หรือได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ
เมียนมาอาจประสบความสำเร็จในการจัดการเลือกตั้งครั้งสำคัญ แต่ในมิติด้านความมั่นคงในภาพรวม ประเทศเพื่อนบ้านของไทย จะยังคงเป็นประเทศที่มีเหตุรุนแรง ไม่เอื้อต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเสี่ยงเป็นพื้นที่ก่ออาชญากรรม ทั้งยาเสพติด สแกมเมอร์ และค้ามนุษย์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงชายแดนภาคตะวันตกของไทย นอกจากนี้ ยังมีการลักลอบเข้าเมืองผ่านไปมาเลเซีย และการลักลอบของแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเข้าไทย ซึ่งยิ่งทำให้เกิดปัญหานำพา และการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ไทยต่อไป







