![]()

ผู้แทนรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการเจรจา 3 ฝ่ายเพื่อหาแนวทางยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อ 24-25 มกราคม 2569 โดยเป็นการหารือ 3 ฝ่ายครั้งแรกที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ผลการหารือไม่มีการบรรลุข้อตกลงระหว่างกัน แต่เป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะจะมีการหารือกันอีกครั้งใน 1 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ เปิดเผยว่าการเจรจานับว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่อาจนำไปสู่สันติภาพและการยุติสงครามที่ยืดเยื้อ เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้งรัสเซียและยูเครนไม่เคยส่งผู้แทนไปพบและเจรจากับในลักษณะนี้ แต่ใช้การเจรจาทวิภาคีกับสหรัฐฯ มาโดยตลอด ดังนั้น การประชุมที่กรุงอาบูดาบี จะเป็นผลงานด้านการทูตที่สำคัญของทั้ง 3 ฝ่าย
ประธานาธิบดียูเครนมีท่าทีเชิงบวกต่อการเจรจาครั้งนี้ โดยระบุเมื่อ 25 มกราคม 2569 ว่า ยูเครนพร้อมลงนามในข้อตกลงที่มีเนื้อหาว่าสหรัฐฯ และยุโรปจะค้ำประกันความมั่นคงของยูเครน ในลักษณะ “Coalition of the Willing” โดยที่ยูเครนไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกเนโต คาดว่าการแสดงท่าทีดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ชาวยูเครนและนานาชาติเห็นว่า รัฐบาลยูเครนเป็นฝ่ายต้องการสันติภาพและยุติการสู้รบ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีความรุนแรงจากกรณีรัสเซียใช้โดรนโจมตีสร้างความเสียหายให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าประเทศยุโรปและสหรัฐฯ จะค้ำประกันความมั่นคงของยูเครนอย่างไร แม้ว่าผู้นำฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรจะมีบทบาทนำในประเด็นนี้ แต่ก็ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม เฉพาะอย่างยิ่งการที่จะส่งกองทัพไปประจำการในยูเครน
รัสเซียยังไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว และยังคงไม่ประนีประนอมในการเจรจาเรื่องอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ในภูมิภาคดอนบาส โดเนสก์ และลูฮันส์ ในภาคตะวันออกของยูเครน ที่รัสเซียยืนยันต้องการให้ยูเครนถอนกำลังทหารออกไปทั้งหมด
เงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ในภาคตะวันออกของยูเครน มีแนวโน้มจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน เพราะรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศยังมีมุมมองที่แตกต่างกันในประเด็นดังกล่าว นอกจากนี้ แม้ว่าผู้นำยูเครนจะสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกการเรียกร้องให้นานาชาติช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการทหารต่อยูเครน เนื่องจากปัจจุบันเผชิญภาวะยากลำบากในการป้องกันการโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย และยังเชื่อว่ารัสเซียจะใช้การเจรจากับสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือในการเบี่ยงเบนความสนใจของนานาชาติ จนเป็นผลเสียต่อการป้องกันประเทศของยูเครนด้วย







