![]()

กัมพูชาต้องพึ่งพาการส่งออกสินค้าไปจีนกว่าร้อยละ 50 ของการส่งออกทั้งหมด และกำลังเพิ่มทางเลือกเส้นทางขนส่งไปจีน เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้าผ่านชายแดน ทั้ง ๆ ที่ในเวทีระหว่างประเทศได้ปรับทิศทางไปสนับสนุนสหรัฐฯ เช่น เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของสหรัฐฯ และพบกับพลเรือเอก แซมมวล พาพาโร ผู้บัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ในโอกาสที่เรือรบของสหรัฐฯ เทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ ระหว่าง 24-28 มกราคม 2569 นอกจากนี้ ยังส่งสัญญาณไปยังสหรัฐฯ ในทุกช่องทาง และต่อเนื่องว่ากัมพูชาขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการทำให้เกิดข้อตกลงสันติภาพไทย-กัมพูชาที่มาเลเซียเมื่อ ตุลาคม 2568
เส้นทางส่งออกสินค้าไปจีนอีกเส้นทางหนึ่งที่กัมพูชาจะใช้ คือ ขนส่งสินค้าผ่านลาวที่กำลังเพิ่มมูลค่าการส่งออกด้วยการใช้เส้นทางรถไฟจีน-ลาวเช่นกัน โดยในการพบหารือระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องระหว่างกัมพูชากับลาว เมื่อ 25 มกราคม 2569 ได้มีการลงนามในข้อตกลงที่เรียกว่า “Transit and Transshipment of Agricultural Products through Laos” ที่กรุงพนมเปญ ซึ่งจะเป็นการขนส่งสินค้าจากกัมพูชา-ลาว-จีน เส้นทางนี้จะทำให้กัมพูชาลดต้นทุน ลดระยะวลา ลดอุปสรรคการขนส่งทางถนน และเพิ่มเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ รวมทั้งจะทำให้คุณภาพผัก และผลไม้ยังคุณภาพของสินค้ายังสดดี
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชาประเมินว่า แม้กัมพูชาต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการขนส่งสินค้าผ่านลาว แต่ก็เป็นโอกาสของกัมพูชาที่จะทำให้จีนต้องการสินค้าทางการเกษตรของกัมพูชามากขึ้น พร้อมกับเป็นโอกาสให้กัมพูชาเร่งพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้กัมพูชาสามารถแข่งขันไทยและเวียดนามได้ในการส่งออกผัก และผลไม้ไปยังจีน เนื่องจากในข้อตกลงระหว่างกัมพูชากับลาวข้างต้นดังกล่าว ยังมีประเด็นอื่น ๆ ด้วย เช่น การปรับปรุงคุณภาพ และมาตรฐานของการส่งออกสินค้าประเภทอาหาร
สำหรับสินค้าที่กัมพูชาจะขนส่งไปยังจีนผ่านลาว เช่น มันสำปะหลัง ผลไม้ ผัก แต่อันดับแรกให้ความสำคัญในการส่งผลไม้ และผักก่อน ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 กัมพูชาส่งออกสินค้าเกษตรไปจีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 มีมูลค่ารวม 6,460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผลไม้ที่ส่งออกไปจีนเป็นหลัก ได้แก่ มะม่วง กล้วย ลำใย ทุเรียน สินค้าอื่น ๆ เช่น เครื่องประดับ และสิ่งทอ รวมทั้งจะส่งออกรังนกไปจีนมากขึ้นในปี 2569 จากที่จีนจะลงทุนในธุรกิจบ้านที่เลี้ยงนกนางแอ่นในกัมพูชาเพิ่มขึ้น เป็นเกือบ 1,000 หลัง เพื่อส่งออกรังนกไปจีน และทำให้กัมพูชาไม่ต้องส่งออกไปแบบผิดกฎหมาย กัมพูชาจึงเห็นโอกาสส่งออกรังนกออกนอกประเทศด้วย เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน และฮ่องกง ในราคากิโลกรัมละ 300-450 ดอลลาร์สหรัฐ
รัฐบาลกัมพูชาเร่งกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้ส่งออกสินค้าผ่านลาวไปประเทศที่ 3 เช่นจีน มีผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว ซึ่งสื่อต่างประเทศวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า นอกจากกัมพูชาต้องการรักษาตลาดส่งออกไปยังจีนแล้ว อาจกำลังเผชิญปัญหาการส่งออกสินค้าบริเวณชายแดน จากที่ไทยปิดด่านชายแดน ประกอบกับไม่มีแนวโน้มที่ไทยจะเปิดด่านชายแดนในระยะเวลาอันใกล้ แม้จะมีรัฐบาลใหม่
ในปี 2569 กัมพูชาจะขยายตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น ทั้งในอาเซียน และประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป แต่ในขณะเดียวกันก็จะคงทำการค้ากับจีน จากที่มีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างกัน กัมพูชายังเห็นประโยชน์ว่า จีนมีบทบาทสำคัญทำให้สินค้าในภาคการผลิต และอุตสาหกรรมของกัมพูชาได้มาตรฐานเพิ่มขึ้น เช่น การนำเข้าเกี่ยวกับวัตถุดิบจากจีนของกัมพูชา เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำไปผลิตรถยนต์ในกัมพูชา จะส่งเสริมให้สินค้ากัมพูชามีคุณภาพในการส่งออกไปยังต่างประเทศ







