![]()

ชาวบังกลาเทศที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนประมาณ 127 ล้านคน ทยอยไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งใน 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเลือกผู้นำรัฐบาลคนใหม่ และเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 151 ที่นั่ง การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางการเมืองของบังกลาเทศอย่างมาก เพราะเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก หลังจากเหตุการณ์ประชาชนและเยาวชนกลุ่ม July Revolution และ Gen Z ชุมนุมขับไล่เชค ฮาซีนา อดีต นรม.บังกลาเทศ อดีตนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2567 ทำให้สิ้นสุดการเป็นผู้นำประเทศมานาน 15 ปี ดังนั้น ผลการเลือกตั้งทั่วไปของบังกลาเทศครั้งนี้จะสะท้อนแนวโน้มการเมืองและประชาธิปไตยในบังกลาเทศ
การเลือกตั้งบังกลาเทศเป็นการแข่งขันทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 2 พรรค ได้แก่ พรรค Bangladesh Nationalist Party (BNP) และพรรคร่วม Jamaat-e-Islami รวมทั้งมีพรรคการเมืองที่เยาวชนรวมกลุ่มกันตั้งขึ้นเพื่อแสดงบทบาททางการเมือง คือ พรรค National Citizens Party (NCP) ปัจจุบันอยู่สังกัดเดียวกันกับพรรคร่วม Jamaat-e-Islami สำหรับประเด็นที่จะมีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนของชาวบังกลาเทศ คือ นโยบายแก้ไขปัญหาว่างงาน ปัญหาโลกรวนและสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความมั่นคงปลอดภัยในสังคม รวมทั้งความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ในการขยายความร่วมมือกับต่างประเทศในประเด็นที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง
รัฐบาลและหน่วยงานรับผิดชอบการเลือกตั้งในบังกลาเทศ จำเป็นต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบและกระบวนการเลือกตั้งด้วย โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองลงสมัครจำนวน 51 พรรค มีผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า 2,000 คน แต่มีผู้สมัครที่เป็นสตรีจำนวนน้อย เพียงร้อยละ 4.24 เท่านั้น ทำให้องค์กรสนับสนุนสิทธิสตรีในบังกลาเทศกังวลว่าบทบาทของสตรีในการเมืองบังกลาเทศจะลดลง ขณะที่ญี่ปุ่นส่งคณะผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งไปบังกลาเทศตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งบังกลาเทศเปิดรับเพื่อความโปร่งใส และเป็นประชาธิปไตย
หน่วยงานความมั่นคงบังกลาเทศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เลือกตั้ง เฉพาะอย่างยิ่งในกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 15 แห่ง เนื่องจากต้องการให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีผู้ไม่หวังดีแสวงโอกาสเข้าไปก่อเหตุรุนแรงหรือความวุ่นวายทางการเมืองในบังกลาเทศ ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ชาวบังกลาเทศบางส่วนรวมตัวกันชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคงและนักการเมืองตรวจสอบกรณีการสังหารนักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมือง เนื่องจากวิตกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศ
การส่งคณะผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งไปบังกลาเทศครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของญี่ปุ่นในการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นประชาธิปไตยในบังกลาเทศ ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งบังกลาเทศประกาศเปิดรับผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากนานาชาติ







