![]()

บังกลาเทศเผยแพร่ผลการเลือกตั้งทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสื่อมวลชนรายงานในทิศทางเดียวกันว่า พรรค Bangladesh Nationalist Party หรือ BNP ได้คะแนนนิยมสูงและมีแนวโน้มจะชนะในการเลือกตั้งทั่วไป เนื่องจากผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งมากกว่า 209 ที่นั่ง จากทั้งหมด 300 ที่นั่ง เท่ากับได้ครองเสียงข้างมากในสภาแห่งชาติ หรือ Jatiya Sangsad ของบังกลาเทศและจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สะท้อนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบังกลาเทศสนับสนุนพรรค BNP ที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีอุดมการณ์ชาตินิยม และเน้นประชาสัมพันธ์นโยบายแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ
ผู้ที่คาดว่าจะได้รับเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีของบังกลาเทศคนใหม่ คือ นาย Tarique Rahman อายุ 60 ปี หัวหน้าพรรค BNP และทายาทอดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ซึ่งเคยลี้ภัยในต่างประเทศนาน 17 ปี แต่เดินทางกลับไปยังบังกลาเทศ หลังจากอดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศถูกประชาชนประท้วงขับไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2567 ที่เป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่สำคัญ อย่างไรก็ดี นางเชค ฮาซีนา อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในอินเดีย คัดค้านการเลือกตั้งดังกล่าว เนื่องจากมีการตัดสิทธิทางการเมืองของพรรค Awami League เท่ากับการเลือกตั้งครั้งนี้ผิดกฎหมายและไม่ยุติธรรม
พรรค Islamist Jamaat-e-Islami ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เบื้องต้นได้ที่นั่งในสภาแห่งชาติจำนวน 68 ที่นั่ง และประกาศว่าจะทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ ส่วนพรรคการเมืองของอดีตผู้นำเยาวชนที่ขับไล่นายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้านี้ ได้ที่นั่งในสภาจำนวน 30 ที่นั่ง ส่วนพรรคการเมือง Awami League ของอดีตผู้นำไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งผู้สมัครเข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้
นอกจากการเลือกตั้งทั่วไป บังกลาเทศจัดการลงมติปฏิรูปรัฐธรรมนูญไปพร้อมกันด้วย เพื่อแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีและการส่งเสริมบทบาทสตรีในการเมือง แต่ยังไม่เปิดเผยผลการลงประชามติ ก่อนหน้านี้ ผลสำรวจความเห็นของผู้มีสิทธิ์ลงประชามติในบังกลาเทศสะท้อนว่าประชาชนประมาณร้อยละ 73 เห็นชอบการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ







