![]()

สถานการณ์สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ และอิสราเอล มีแนวโน้มยืดเยื้อจนถึงห้วง เมษายน 2569 และขยายขอบเขตพื้นที่มากกว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่เชื่อว่าสงครามจะยุติได้ภายใน 3-4 สัปดาห์ หรือภายใน มีนาคม 2569 ปัจจุบัน การโจมตีระหว่างคู่ขัดแย้งยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พัฒนาการสำคัญ เมื่อ 22 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า อิสราเอลโจมตีพื้นที่ภาคตะวันออกของอิหร่าน รวมทั้งเพิ่มปฏิบัติการโจมตีและปราบปรามกองกำลังติดอาวุธในเลบานอน จนทำให้เลบานอนวิตกว่าอิสราเอลจะส่งกองทัพปฏิบัติการภาคพื้นดินเร็ว ๆ นี้
ด้านอิหร่านประณามกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลพยายามโจมตีโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ Natanz ของอิหร่านเมื่อ 21 มีนาคม 2569 ว่าเป็นการก่ออาชญากรรม เพราะทำให้ทั้งภูมิภาคเสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ตาม สำนักงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่าแล้ว่าไม่พบกัมมันตรังสีนิวเคลียร์รั่วไหลในอิหร่าน รวมทั้งอิหร่านพร้อมจะตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล
โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและฐานทัพ ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีและเป็นเงื่อนไขในการทำสงครามมากขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือได้ตามปกติ ภายในระยะเวลา 48 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านไม่หวาดกลัวกับคำขู่ และตอบโต้ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความเชื่อมโยงหรือเป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั้งหมด ท่าทีดังกล่าวจึงทำให้บรรยากาศด้านความมั่นคงตึงเครียดขึ้นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น กรณีซาอุดีอาระเบียและกาตาร์กำหนดให้เจ้าหน้าที่การทูตและการทหารอิหร่านเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ (persona non grata) และให้เดินทางออกจากประเทศภายใน 24 ชั่วโมง
สถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียด ประกอบกับไม่มีสัญญาณว่าคู่ขัดแย้งจะเจรจากัน รวมทั้งไม่มีประเทศตัวกลางไกล่เกลี่ยที่ชัดเจน ประกอบกับมีสหรัฐฯ เตรียมส่งเรือรบ และกำลังพลเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้การปะทะทางทหารยืดเยื้อไปจนถึง เมษายน 2569 รวมทั้งเสี่ยงทำให้โลกเผชิญ Tanker War หรือสงครามเรือบรรทุกน้ำมันเมื่อปี 2524-2525 ที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรัก และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ทั่วโลกตระหนักว่าความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซสำคัญต่อเศรษฐกิจและพลังงานโลกอย่างมาก
การปฏิบัติการทหารในช่วงปลาย มีนาคม 2569 อาจเข้มข้นขึ้น เพราะผู้นำสหรัฐฯ ต้องการเร่งกดดันให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขตามกำหนดการเดิมที่ประเมินไว้ สำหรับเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ต้องการ ได้แก่ เปลี่ยนผู้นำรัฐบาลและให้สหรัฐฯ มีส่วนร่วมในการคัดเลือกและแต่งตั้งผู้นำอิหร่านคนใหม่ ให้อิหร่านยกเลิกการพัฒนานิวเคลียร์และเพิ่มขีปนาวุธ รวมทั้งอาจให้สหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซด้วย เพราะเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งสินค้าที่สำคัญ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณว่าอิหร่านจะยอมรับหรือเข้าสู่การเจรจาเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิง นอกจากนี้ นักวิเคราะห์เริ่มประเมินว่าสงครามอิหร่านจะซับซ้อนมากขึ้น เพราะอิสราเอลมีเป้าหมายการทำสงครามครั้งนี้แตกต่างจากสหรัฐฯ โดยต้องการชัยชนะแบบเบ็ดเสร็จและใช้กองทัพสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือช่วยทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านให้ไม่สามารถเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลได้อีกในระยะยาว รวมทั้งจะใช้โอกาสนี้ทำลายขีดความสามารถของกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน







