![]()

นาย Fatih Birol ผู้อำนวยการทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) หรือ IEA ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 23 มีนาคม 2569 ว่า วิกฤตพลังงานในปัจจุบันมีแนวโน้มรุนแรงมากกว่าวิกฤตน้ำมันเมื่อปี 2516 ปี 2522 และวิกฤตพลังงานในยุโรปตั้งแต่ปี 2565 หลังจากรัสเซียทำสงครามในยูเครน เนื่องจากเหตุการณ์อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก (supply disruption) อย่างน้อย 11 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็น 2 เท่าของอุปทานน้ำมันที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเปรียบเทียบกับวิกฤตน้ำมันเมื่อปี 2516 และปี 2522 ส่วนอุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน สาเหตุสำคัญเนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกในการผลิตน้ำมันอย่างน้อย 40 แห่งใน 9 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกทำลายจากการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ -อิสราเอล กับอิหร่าน
นอกจากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น ผอ.IEA ประเมินว่าสถานการณ์ครั้งนี้จะเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลก ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงโดยเร็ว เพื่อควบคุมผลกระทบ และย้ำว่าปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดวิกฤตครั้งนี้ คือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ทั้งโลกกำลังเตรียมใช้มาตรการรับมือกับวิกฤตด้านพลังงาน โดยนอกจากกรณี IEA เมื่อ 11 มีนาคม 2569 อนุมัติการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินจำนวน 400 ล้านบาร์เรล มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อบรรเทาวิกฤตราคาน้ำมันปรับขึ้นและปัญหาขาดแคลนน้ำมันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังมีการเผยแพร่มาตรการแนะนำให้ประเทศต่าง ๆ ลดการใช้พลังงาน เช่น ประหยัดน้ำมัน ใช้ยานพาหนะโดยลดความเร็ว และรณรงค์ให้งดการเดินทางหากไม่จำเป็น
ข้อเสนอและข้อแนะนำของ IEA พยายามลดแรงกดันต่อประชาชนหรือผู้อุปโภคและบริโภคทั่วไป โดยมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนร่วมมือกันทุกฝ่าย เพื่อลดการใช้พลังงานจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายและความวิตกกังวลว่าจะไม่มีพลังงานใช้เพียงพอ ในช่วงที่ยังมีสงคราม เช่น ให้รัฐบาลสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่พลังงานราคาสูง ส่งเสริมการปรับไปใช้พลังงานรูปแบบอื่น ๆ และออกมาตรการจูงใจให้ประชาชน รวมทั้งภาคเอกชน ร่วมมือกันกันลดการใช้พลังงาน







