![]()

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเมื่อ 21 เมษายน 2569 ต้อนรับนายสะเหลิมไซ กมมะสิด (Saleumxay Kommasith) ตัวแทนผู้นำ สปป.ลาว ที่เยือนกรุงปักกิ่ง จีน อย่างเป็นทางการ โดยมีรายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือประเด็นวาระสำคัญทางการเมือง เป้าหมายการพัฒนาและเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของทั้ง 2 ประเทศที่จะครบรอบ 65 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2569 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนใช้โอกาสนี้ย้ำว่าจะกระชับความสัมพันธ์กับ สปป.ลาว โดยเน้นความร่วมมือระหว่างประชาชน เพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน ตลอดจนแสดงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล สปป.ลาว ว่าจะสามารถร่วมมือกับจีน เพื่อนำประเทศให้พ้นจากความท้าทายและอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างดี
การพบหารือระหว่างผู้นำจีนและผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาว ครั้งนี้ จะเป็นผลดีต่อทิศทางความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในระบบพรรคการเมือง โดยผู้นำจีนเน้นย้ำแนวทางความร่วมมือในอนาคตที่จะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพระยะยาว ซึ่งคาดว่ามีนัยถึงความมั่นคงทางการเมือง การปกครอง และอิทธิพลของพรรคการเมืองสำคัญใน 2 ประเทศ เนื่องจากระหว่างการเยือนจีนครั้งนี้ นายสะเหลิมไซ กมมะสิด ซึ่งเป็นผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาล สปป.ลาว และเป็นสมาชิกกรมการเมืองชุดที่ 12 ได้บรรยายสรุปผลการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ครั้งที่ 12 ให้ผู้นำจีนเข้าใจทิศทางการเมืองและยุทธศาสตร์ระยะยาวของ สปป.ลาวด้วย นอกจากจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และการมองไปสู่อนาคตที่สังคมจีนและ สปป.ลาว จะเป็นประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัย
การกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองของจีนและ สปป.ลาว จะเอื้อประโยชน์ต่อการสานต่อโครงการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างจีน-สปป.ลาว ทั้งด้านการคมนาคมและพลังงาน โดยมีความเป็นได้สูงที่จีนจะขยายการลงทุนด้านพลังงานใน สปป.ลาว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค รวมทั้งขยายอิทธิพลใน สปป.ลาว ขณะที่ สปป.ลาวได้ขายพลังงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย ล่าสุดเมื่อ 20 เมษายน 2569 จีน-สปป.ลาวประสบความสำเร็จในการเปิดโครงการสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนขนาด 500 กิโลโวลต์ เชื่อมต่อระหว่างมณฑลยูนนานของจีน กับแขวงอุดมไซ และหลวงน้ำทาของ สปป.ลาว ภายใต้การดูแลของบริษัทสายส่งไฟฟ้าแห่งชาติลาว (EDL-T) ร่วมกับบริษัทโครงข่ายไฟฟ้าภาคใต้ของจีน







